มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 21 มิถุนายน 2559

 

สัจนิยมมหัศจรรย์

 

         สัจนิยมมหัศจรรย์ ของ ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ อ่านแล้วทำให้ผมตาสว่างว่าพลังสร้างสรรค์จากตำนานนิทานมีจริงๆ และดีจริงๆ จะขอยกคำอธิบายจากหนังสือ (หน้า 20) มาดังนี้

         ‘สัจนิยมมหัศจรรย์’ (magic realism) โดยชื่อก็บอกอยู่ในตัวว่าคือการหลอมรวมเข้าด้วยกันของวรรณกรรมสองประเภทที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกันโดยสิ้นเชิง นั่นคือ

         คำว่า ‘realism’ นั้นอ้างอิงถึงวรรณกรรมแนวสัจนิยมที่มุ่งถ่ายสะท้อนความเป็นจริงของชีวิตและสังคมโดยยึดหลักความเหมือนจริงและความสมจริง ซึ่งหากพิจารณาจากกำเนิดของวรรณกรรมสกุลสัจนิยมที่เริ่มขึ้นในโลกตะวันตกช่วงศตวรรษที่ 18-19 หลักความเหมือนจริงและความสมจริงของวรรณกรรมสัจนิยมจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตั้งอยู่บนหลักของเหตุและผลตามแบบวิทยาศาสตร์ธรรมชาติในแนวปฏิฐานนิยม โดยมีความจริงเชิงประจักษ์นิยมเป็นบรรทัดฐาน (ดูรายละเอียดใน Grant)

         ส่วนคำว่า ‘magic’ นั้นอ้างอิงไปถึงวรรณกรรมแนวแฟนตาซีเกี่ยวกับปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ เหนือจริง ที่ไม่อาจอธิบายได้ด้วยหลักเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ มักพบได้โดยทั่วไปในงานวรรณกรรมพื้นบ้านหรือตำนานท้องถิ่น

         กล่าวอีกนัยหนึ่ง ‘สัจนิยม’ มีนัยประหวัดไปถึงยุโรป ชนชั้นกลาง และหลักเหตุผลนิยม ขณะที่ ‘มหัศจรรย์’ มีนัยประหวัดไปถึง ‘โลกที่สาม’ ชาวบ้าน และความเชื่อที่ถูกมองว่างมงาย

         วรรณกรรมสัจนิยมมหัศจรรย์จึงเป็นการเปิดเวทีให้โลกทรรศน์สองแบบ และตรรกะสองระบบ ได้มาปะทะสังสรรค์กันอย่างเต็มที่

 

วรรณกรรมโลกที่สาม

         วรรณกรรมสัจนิยมมหัศจรรย์จึงถูกมองว่าเป็น “วรรณกรรมที่เปิดพื้นที่ให้กับความหลากหลายและความขัดแย้งต่างๆ ซึ่งดำรงอยู่ในสังคม หรือแฝงตัวอยู่ในระบบคุณค่าและระบบความเชื่อ ได้เข้ามาปะทะสังสรรค์กันอย่างเต็มที่ โดยไม่พยายามที่จะกดทับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมิให้ได้สำแดงตัวเองออกมา”

         และบางทีถูกมองว่า “เป็นวรรณกรรมของประเทศโลกที่สาม”document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);