มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม 2559

 

สูงวัย อย่าให้มีอำนาจ

 

          หมอสูงวัยบอกแก่สาธารณะไว้ในรายงานข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ว่าผู้สูงวัยของไทย โดยรวมๆ แล้วส่วนใหญ่พึ่งพิงตนเองได้ และเป็นที่พึ่งของคนอื่นได้ด้วย ไทยควรต้องมุ่งส่งเสริมสนับสนุนผู้สูงวัยเป็น “พลังของสังคม” มากกว่าเป็น “ภาระของสังคม”

          “พลังของสังคม” (ถ้ามีจริง) มักถูกคนฉ้อฉลฉวยใช้เชิงอำนาจไปเบียดเบียนกดขี่บีฑาคนอ่อนแออื่นๆ โดยคนฉ้อฉลเหล่านั้นรับประโยชน์เนื้อๆ เน้นๆ

          ในไทยมักมีผู้สูงวัยทวงบุญคุณและเรียกร้องความเอาใจใส่ดูแลจากคนอื่นอย่างออกหน้าออกตา เช่น จากลูกหลาน บริวาร บ่าว ไพร่ ฯลฯ จึงมีผู้รู้สูงวัยช่วยชี้ให้เห็นความจริงอีกด้านหนึ่ง ดังนี้

          ผู้สูงวัย โดยธรรมชาติถูกจำกัดด้วยเวลาและประสิทธิภาพที่นับวันจะถดถอย แม้เป็นส่วนหนึ่งของสังคม ก็ควรถูกจำกัดพื้นที่เชิงอำนาจด้วย

          เคยมีหมอผู้มีปรีชาญาณนานมาแล้วเขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ “อย่าปล่อยให้คนป่วยบริหาร” จึงควรยกไปปรับเปลี่ยนว่า อย่าปล่อยผู้สูงวัยมีอำนาจบริหาร หรือ อย่าปล่อยผู้สูงวัยมีอำนาจอยู่ท่ามกลางคนฉ้อฉล

          เพราะจะมีผู้ฉ้อฉลอำนาจของผู้สูงวัยไปเป็นประโยชน์ของพวกตน บนความเดือดร้อนของคนส่วนใหญ่ที่อ่อนแอกว่า

          ผู้ตระหนักในธรรมชาติของตน (อย่างรู้เท่าทันโลกและชีวิต) จึงมักจำกัดตัวเองจากพื้นที่เชิงอำนาจก่อนถูกจำกัดด้วยเวลาและประสิทธิภาพ โดยเกษียณอายุตัวเองจากอำนาจก่อนกำหนด (คนละกรณีกับถูกจ้างให้ออกก่อนเกษียณ) ฯลฯ

          แต่พร้อมทำงานถ้าได้รับมอบหมายเป็นงานๆ ตามที่เคยมีประสบการณ์โดยไม่ต้องมีตำแหน่งและอำนาจ ถ้าไม่มอบหมายก็ไม่ทำ เพราะมีงานอื่นต้องทำเพื่อเป็นสาธารณกุศล

          ในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ผู้สูงวัยที่เคยมีอำนาจ แต่เกษียณอายุนานแล้ว ไม่ยอมละวาง “พลังของสังคม” จากอำนาจที่เคยมี เสมือนผีนางนาคพระโขนงไม่ยอมไปผุดไปเกิด ยังวนเวียนหวงแหนสิ่งเคยมีเคยเป็นไม่เว้นวาย

          จึงไม่ยอมคืนห้องและโต๊ะเก้าอี้ที่เคยใช้ทำงานรวมทั้ง “พลังของสังคม” ที่เคยมีบรรดาครูอาจารย์ปัจจุบันยังอ่อนอาวุโสก็กลัวผีแม่นาค ไม่กล้าแตะต้อง ทำให้วิชาการ (ที่กินบุญเก่า) เลยพาลล้าหลังคลั่งชาติ