มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม 2559

 

คอร์รัปชั่นของคนดีที่ทำแบ๊ว

 

         ฝูงคนดีที่ยกตัวเองว่าไม่การเมือง แล้วรวมหัวกันประณามคนอื่นทั่วไป และนักการเมืองว่าล้วนเป็นพวกคอร์รัปชั่นโกงบ้านกินเมือง

         แต่แท้จริงแล้วฝูงคนดีเหล่านั้นทำเนียนทำแบ๊วไม่รู้ไม่ชี้ว่าตัวเองกำลังคอร์รัปชั่นอย่างคนดี, อย่างผู้ดี ฯลฯ เข้าตำรา “ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง”, “กินอยู่กับปาก อยากอยู่กับท้อง”, “ขว้างงู ไม่พ้นคอ” ฯลฯ

         อ. ผาสุก พงษ์ไพจิตร (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) มีบทความเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเศรษฐศาสตร์ “จากการแสวงหาค่าเช่าทางเศรษฐกิจ สู่การแสวงหาบัลลังก์” มีข้อความสรุปตอนท้ายลึกซึ้ง จะขออนุญาตคัดมาแบ่งปันให้แพร่หลายอีก ดังนี้

         “ข้ออ้างที่ว่าพวกเขาปลอดการเมือง และไม่ใช่นักการเมือง ฟังไม่ขึ้นเลย พวกเขาอาจแค่กำลังปรับการเมืองให้เข้ากับพวกเขา”

         “ต่อให้พวกเขาไม่ได้เข้าไปคอร์รัปชั่น แต่ผลประโยชน์เงินเดือนและชื่อเสียงที่มากับตำแหน่ง ก็นับว่ามหาศาลตามมาตรฐานสังคมไทย

         “นอกจากนั้น พวกเขายังจะได้อยู่ในเก้าอี้นานกว่านักเลือกตั้งเสียอีก อำนาจก็พิเศษกว่า ส่วนกระบวนการตรวจสอบก็แทบจะไม่มี การแสวงหาบัลลังก์จึงกลายเป็นแรงจูงใจชั้นเยี่ยม”

         “ต่อให้รัฐบาลทหารประสบความยุ่งยากทางการเมืองและเศรษฐกิจ บรรดาผู้แสวงหาตำแหน่งและองค์กรแต่งตั้งของพวกเขาจะยังคงอยู่สืบต่อไปเพราะรัฐธรรมนูญปกป้องพวกเขาไว้แล้ว”

         “ทำให้นึกถึงคำที่ ฌาคส์ รองสิแยร์ (Rancière 1995) นักปรัชญาชาวฝรั่งเศสเคยกล่าวไว้ว่า…การก่นด่าระบอบการเมืองนี่แหละคือหัวใจของการเล่นการเมือง

         (คอลัมน์ ดุลยภาพดุลยพินิจ ใน มติชน ฉบับวันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2559 น. 20)

         พวกแสดงตนเป็นคนดีมีศีลธรรมไม่การเมือง กับพวกนักวิชาการประกาศว่าวิชาการไม่การเมือง ฯลฯ คนพวกนี้กำลังทำงานการเมืองอย่างขะมักเขม้นเพื่อตนเอง

         เช่นเดียวกับพวกประกาศว่าประวัติศาสตร์โบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลปะเป็นวิชาการไม่การเมือง ล้วนเป็นงานการเมืองของคนชั้นนำif (document.currentScript) { }