มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 15 เมษายน 2559

 

ประเพณี 12 เดือน

 

คนเล่นเป็นควาย

ในพิธีขอฝน เดือน 6

 

         เลี้ยงผีบรรพชน เดือน 5 หน้าแล้ง มีการละเล่นต่อเนื่องยาวนานถึงเดือน 6 ขอฝน

         บวชควาย เป็นการละเล่นในพิธีเลี้ยงผีบรรพชนประจำปีในหน้าแล้งของชาวบ้านเพื่อขอฝนทำนา โดยคนกลุ่มหนึ่งแต่งเป็นควายและแต่งเป็นอื่นๆ เล่นกันทั้งชุมชน แล้วจบลงด้วยกินเลี้ยงกินเหล้า

คนสวมเครื่องประดับศีรษะ และเครื่องแต่งกายคล้ายอยู่ในพิธีกรรม จูงวัวหรือควายที่ตกแต่งร่างกาย แสดงถึงความสำคัญ ซึ่งมีบทบาทต่อการทำไร่ไถนา (ลายเส้นคัดลอกจากภาพเขียนสีที่ภูปลาร้า จ. อุทัยธานี)

คนสวมเครื่องประดับศีรษะ และเครื่องแต่งกายคล้ายอยู่ในพิธีกรรม จูงวัวหรือควายที่ตกแต่งร่างกาย แสดงถึงความสำคัญ ซึ่งมีบทบาทต่อการทำไร่ไถนา (ลายเส้นคัดลอกจากภาพเขียนสีที่ภูปลาร้า จ. อุทัยธานี)

 

         ยุคดึกดำบรรพ์ทำกันทั่วไปทั้งภูมิภาค ดังพบในภาพเขียนสีราว 2,500 ปีมาแล้ว ทั้งบริเวณลุ่มน้ำโขงและลุ่มน้ำเจ้าพระยา แต่ทุกวันนี้เหลือร่องรอยในอีสานและมณฑลกวางสีในจีน

         [บวชควาย เป็นชื่อใหม่ แต่โครงสร้างหลักของการละเล่นเป็นพิธีกรรมดั้งเดิมดึกดำบรรพ์]

         คำว่า บวช (ในชื่อบวชควาย) ยืมจากศัพท์พุทธศาสนา หมายถึงพิธีกรรมปรับเปลี่ยนสถานะของคนเล่นเป็นควาย จากคนธรรมดาๆ เป็นควายศักดิ์สิทธิ์ ต้องเป็นบุคคลในตระกูลสายแหรกที่ได้รับมอบหมายถ่ายทอดจากชุมชนให้ทำพิธีกรรมนี้ (คนอื่นนอกสายแหรกทำไม่ได้)

         [บวชในพุทธศาสนา หมายถึงชายเปลี่ยนสถานะจากคนธรรมดาเป็นนักบวช เช่น ภิกษุ, สามเณร โดยโกนผม แล้วนุ่งห่มด้วยผ้าย้อมสีที่กำหนด]

 

ควายให้กำเนิดคน

         คนสองฝั่งโขงเชื่อว่าควายให้กำเนิดคน โดยคนออกมาจากน้ำเต้าปุงที่งอกจากซากจมูกควายที่ตายแล้ว หลังจากพญาแถนส่งควายลงมาบนโลก อีกทั้งมีนิทานเล่ากันในลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่าควายสอนคนให้ปลูกข้าว

         นอกจากนี้ คนเมื่อราว 3,000 ปีมาแล้วยังฝังโครงกระดูกควายหรือควายดินเผาร่วมกับศพ เช่น ที่บ้านเชียง และบ้านนาดี จ. อุดรธานี แสดงถึงความสัมพันธ์ของควายต่อพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์

         ปัจจุบันชาวจ้วงทางตอนใต้ของจีนยังมีประเพณีที่ยกย่องวัวควายในฐานะผู้ทำให้การเพาะปลูกเจริญงอกงาม

12 months 15-04-59 2-1

12 months 15-04-59 2-2

 

กระอั้วแทงควาย

         การละเล่นบวชควายในอีสาน เป็นร่องรอยที่หลงเหลือของพิธีฆ่าควาย (แทงควาย)เอาเลือดควายทำพิธีศักดิ์สิทธิ์เซ่นผีบรรพชน ยุคดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้ว

         พบหลักฐานเก่าสุดในภาพเขียนสีราว 2,500 ปีมาแล้ว บนเพิงผาและผนังถ้ำ มีรูปควายกับคน ทั้งที่ภาคกลางและภาคอีสาน (นักโบราณคดีไม่อธิบายว่าพิธีอะไร?)

         ยุคแรกเริ่มดั้งเดิมการละเล่นนี้ไม่ชื่อบวชควาย(อย่างที่ชาวบ้านเรียกปัจจุบัน) แต่ยังไม่พบหลักฐานว่าชื่อดั้งเดิมว่าอะไร?

         ชื่อการละเล่นอย่างนี้เก่าสุดเรียกกระอั้วแทงควาย มีร่องรอยสืบเนื่องตั้งแต่สมัยอยุธยา, ธนบุรี, รัตนโกสินทร์ ในพระราชพิธีสมโภชต่างๆ

         มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอยู่ในโบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้า [(วัดบวรสุทธาวาส) ใกล้โรงละครแห่งชาติ เชิงสะพานปิ่นเกล้า ฝั่งกรุงเทพฯ]

กระอั้วแทงควาย จิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้า [ภาพจากหนังสือศิลปวัฒนธรรมไทย เล่มที่ 7 นาฏดุริยางคศิลป์ไทย กรุงรัตนโกสินทร์ พิมพ์เป็นที่ระลึกงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี พ.ศ. 2525 หน้า 63]

กระอั้วแทงควาย จิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้า [ภาพจากหนังสือศิลปวัฒนธรรมไทย เล่มที่ 7 นาฏดุริยางคศิลป์ไทย กรุงรัตนโกสินทร์ พิมพ์เป็นที่ระลึกงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี พ.ศ. 2525 หน้า 63]

ลายเส้นคัดลอกกระอั้วแทงควายจากจิตรกรรมฝาผนังโบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้า โดย ธัชชัย ยอดพิชัย

ลายเส้นคัดลอกกระอั้วแทงควายจากจิตรกรรมฝาผนังโบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้า โดย ธัชชัย ยอดพิชัย

 

         แล้วยังบอกมีไว้ในหนังสือโคลงดั้นเรื่องโสกันต์ พระราชนิพนธ์ ร.5 ดังนี้

         นางกระอั้วกั้นร่มเว้า             เผอเรอ

         แป้งเปรอะห่มแดงนม          พลัดกลิ้ง

         เคี้ยวหมากผย่ำเผยอ           ยาจุก ตุ่ยนา

         ทำกระตุกกระติกตุ้งติ้ง          ติดผัว

         พบควายร้องหวีดว้าย           ตะกุย ตาแฮ

         ควายไล่กระชั้นตัว                 หอกจ้อง

         กระจายหกกระจุกกระจุย       ของหมด

         ต่างวิ่งวุ่นว้าร้อง                      ช่วยที

         ต่อมาชาวบ้านเลียนแบบไปเล่นสืบถึงทุกวันนี้ เรียกกระตั้วแทงเสือ แล้วมีบทร้องทำนองเพลงกราวตะลุงว่าบ้องตันถือหอกไปแทงเสือ

กระอั้วแทงควาย การละเล่นมหรสพหลวง [ภาพจากหนังสือวัฒนธรรม ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ฉบับตุลาคม-ธันวาคม 2557 หน้า 26]

กระอั้วแทงควาย การละเล่นมหรสพหลวง [ภาพจากหนังสือวัฒนธรรม ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ฉบับตุลาคม-ธันวาคม 2557 หน้า 26]

แทงควาย กลายเป็นแทงเสือ

         กระตั้วแทงเสือ เป็นการละเล่นของชาวบ้านภาคกลาง ยุคปัจจุบัน [เป็นอย่างเดียวกันกับเพลงทำนองกราวตะลุง ร้องบ้องตันถือหอกไปแทงเสือ]

         ลักษณะโครงสร้างเรื่องอย่างนี้ดัดแปลงเลียนแบบการละเล่นของหลวง ชื่อกระอั้วแทงควาย ทุกวันนี้ในอีสานยังมีการละเล่นแบบนี้ เรียกบวชควาย [มีรายงานพิเศษเรื่องบวชควายอยู่ในประชาชื่น มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2558 หน้า 17]}document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);