มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 26 เมษายน 2559

 

ต่อยอด สร้างสรรค์

งานเทศน์มหาชาติ

          เทศน์มหาชาติ ได้ทำนองจากลาวลุ่มน้ำโขง มีลักษณะพิเศษ คือ เล่นลูกคอ และทำเสียงโหยหวน

          เสียงเทศน์มหาชาติทั้ง 13 กัณฑ์ของพระสงฆ์ต้องเหมาะสมสอดคล้องกับบุคลิกของตัวละครในกัณฑ์นั้นๆ เช่น

          กัณฑ์มัทรี ต้องเสียงเล็กๆ บางๆ เหมือนเสียงผู้หญิง (คือ นางมัทรี)

          กัณฑ์ชูชก ต้องทำเสียงคนแก่ตลกคะนอง (คือ ชูชก)

          กัณฑ์มหาราช ต้องเสียงใหญ่เสียงก้องกัมปนาท (เหมือนมหาราชผู้มีอำนาจ) เล่นลูกคอมากกว่ากัณฑ์อื่นๆ ทั้ง 13 กัณฑ์

 

แต่งเสียงนักเทศน์

          พ่อผมตายไป 30 ปีแล้ว (2453-2528) เป็นลาวพวนพนมไพร จ. ร้อยเอ็ด เคยบวชที่ดงศรีมหาโพธิ์ จ. ปราจีนบุรี แล้วไปอยู่สำนักเรียนวัดเทพธิดารามในกรุงเทพฯ หัดเทศน์มหาชาติ กัณฑ์มหาราช

          ก่อนตายได้เขียนบันทึกเล่าวิธีแต่งเสียงทำเสียงของพระนักเทศน์ให้เหมาะกับกัณฑ์ที่เทศน์ จะคัดสรุปมาแบ่งปันไว้ดังนี้

          “เอารากไม้ไผ่รวกมาพอสมควร ไม่มีกำหนดว่าเท่าไร เอาย่างไฟให้แห้งเกรียม เอาผ้าขาวสะอาดไประเอาน้ำค้างตามใบข้าวหรือใบหญ้า ฤดูน้ำค้างตกเดือน 11-12 บิดผ้าเอาน้ำค้างใส่ภาชนะจะเป็นถ้วยหรืออะไรก็ได้ แล้วเอารากไม้ไผ่รวกที่ย่างไฟนั้นลงแช่น้ำค้างไว้ใช้นัดทางจมูกเช้า-เย็น”

          “เอามะเขือขื่นลูกที่สุกเหลืองมาล้างน้ำให้สะอาด เอาทองคำเปลวปิดให้ทั่วลูกมะเขือ ใส่ปากดำน้ำเคี้ยวแล้วกลืนกินในน้ำนั้น”

          “วิธีทำให้เสียงใหญ่ เสียงดัง วิธีนี้ลงไปดำน้ำ แล้วตะโกนให้สุดเสียงทำให้เสียงออกได้เฉพาะทางปากและจมูกเท่านั้น เพราะน้ำบังคับตามรูขุมขนไม่ให้เสียงออกได้ แต่เสียงที่ออกทางปากและจมูกก็จะเป็นเพียงฟองปุดๆ ขึ้นมาเท่านั้น”

          “ทำให้รูคอขยายกว้าง วิธีนี้เวลาจะฉันข้าวตอนเช้า ให้ปั้นข้าวสุกก้อนโตพอจะกลืนได้ปั้นให้เป็นก้อนแน่นแล้วกลืนลงไป ทำก่อนจะลงมือฉันข้าวทุกๆ เช้า เวลาละ 3 ก้อน ทุกวัน”

          “ทำให้เสียงคล่อง ใช้น้ำมันหมูดิบ ก้อนโตพอกะว่าจะกลืนลงคอได้ แล้วเอาเชือกด้ายผูกให้แน่นหย่อนใส่ปากแล้วกลืนลงไป ดึงออกมา ทำหลายๆ หน”

          ความรู้อย่างนี้คงเป็นประสบการณ์ตรงของพระนักเทศน์รุ่นก่อนๆ อาจตกทอดจากยุคอยุธยาก็ได้ ใครจะไปรู้ จึงไม่หวงห้ามถ้าใครจะทำตามนี้ (โดยไม่จำเป็นต้องบวช) เอาไว้เล่นหมอลำซิ่งกับลูกทุ่ง

 

เครื่องเล่นมหาชาติ

          เพลงประจำกัณฑ์เทศน์มหาชาติทั้ง 13 กัณฑ์ของวงปี่พาทย์ ไม่มีมาแต่เดิมยุคอยุธยา เพราะเพิ่งกำหนดสมัยหลังๆ เริ่มจากเทศน์มหาชาติของหลวง น่าจะหลัง ร.5 ชาวบ้านทั่วไปไม่มี ถ้ามีทุกวันนี้ก็จำจากของหลวง

          เทศน์มหาชาติหลังจบกัณฑ์แล้ว บางกัณฑ์มีเครื่องเล่นเป็นของแถม มักเรียกเครื่องเล่นแถมนี้ว่าแหล่ ส่งผลให้มีผู้คิดต่อยอดอย่างสร้างสรรค์เป็นเพลงไทยสากลแบบหนึ่งเรียกลูกทุ่ง

          ปัจจุบันมีสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นอีกเป็นการแสดงออกตัว มีผู้แสดงแต่งเป็นตัวละครกัณฑ์สำคัญๆ ตามที่นิยม ได้แก่ กัณฑ์ชูชก, กุมาร, มัทรี

          คงพัฒนาจากสวดคฤหัสถ์ ออกภาษา แล้วมีออกตัว ใกล้ไปทางจำอวดลิเก แต่ปรับเป็นออกตัวเทศน์มหาชาติif (document.currentScript) {