มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน 2559

 

การละเล่นของหลวงยุคอยุธยา

 

          ยุคต้นอยุธยา มีกำหนดในกฎมณเฑียรบาลว่า เดือน 5 การพระราชพิธีเผด็จศกลดแจตรออกสนาม

          หมายถึงพระราชพิธีเปลี่ยนศักราช พระเจ้าแผ่นดินเสด็จออกสนามใหญ่ มีการละเล่น 2 ชุด

          ชุดแรก มีขบวนช้าง, ขบวนเกวียนระแทะ, ชนช้าง, ชนวัว, ชนควาย, หัวล้านชนกัน, เล่นเพลงปรบไก่, คลีชงโคน (ไม่รู้อะไร?), ชกมวย, กระบี่กระบองฟันดาบ, เล่นกล, ขี่ม้าตีคลี ฯลฯ

          ชุดหลัง มีขบวนช้างม้า, ระเบ็ง, รำดาบ, ระบำกับโมงครุ่ม, คุลาตีไม้, พุ่งหอก, เล่นแพน (ไม่รู้อะไร?), ยิงธนู, ไต่ไม้, ลอดบ่วง, ไต่เชือกหนัง ฯลฯ

          การละเล่นทั้ง 2 ชุด ส่วนมากเนื่องในศาสนาผี เป็นประเพณีดั้งเดิมดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้ว มีเล่นเลี้ยงผีปีละครั้งในหน้าแล้ง เช่น ชนวัว, ชนควาย, ชนช้าง, เพลงปรบไก่ ฯลฯ แล้วทำสืบเนื่องมา

          แต่บางอย่างรับจากภายนอกมาประสมประสาน เช่น คุลาตีไม้, ตีคลี, เล่นกล ฯลฯ

          ทั้งหมดไม่ได้รับจากอินเดีย เพราะสงกรานต์ของพราหมณ์ในอินเดียไม่มีการละเล่นอย่างนี้

          สนามใหญ่ เทียบปัจจุบันคือสนามหลวง น่าจะหมายถึงสนามหน้าจักรวรรดิ ทุกวันนี้อยู่หน้าวังโบราณ อยุธยา เป็นที่โล่งแจ้งตั้งแต่ริมคลองเมืองด้านทิศเหนือ ถึงหน้าวัดพระศรีสรรเพชญ์ด้านทิศใต้

          พระราชพิธีเดือน 5 มี “เสด็จหอพระ” น่าจะหมายถึงเสด็จไปหอพระเชษฐบิดร เพื่อไหว้ผีบรรพชน (บุรพกษัตราธิราช) แต่ไม่มีเสด็จไปทำพิธีในวัดใดวัดหนึ่ง เช่น ไม่มีทำพิธีในวัดพระศรีสรรเพชญ์ ฯลฯ

          แสดงว่าพระราชพิธีเดือน 5 ยุคอยุธยา มีต้นเค้าจากพิธีเลี้ยงผีบรรพชนประจำปีในหน้าแล้ง แต่ปรับให้เข้ากับพิธีเปลี่ยนศักราชของพราหมณ์ที่รับจากอินเดีย โดยผ่านรัฐละโว้ (จากกัมพูชา) ในยุคหลังๆ จึงเรียกตามพิธีพราหมณ์ว่า สงกรานต์