Archive for เมษายน, 2016

ใครเอือมระอาใคร?

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 20 เมษายน 2559

 

ใครเอือมระอาใคร?

          คนชั้นนำมีอำนาจเผด็จการ กล่าวตำหนิติเตียนว่าสุดแสนจะเอือมระอาต่อฝ่ายประชาธิปไตย ที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย

          เอือมระอา มีในพจนานุกรม ฉบับมติชน ให้ความหมายสั้นๆ ว่า เบื่อหน่าย

          ฝ่ายประชาธิปไตยก็มีทัศนะอย่างเดียวกัน ว่าสุดแสนจะเอือมระอาต่อฝ่ายสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญเป็นปฏิปักษ์ประชาธิปไตย เอาใจเผด็จการ

          ใครเอือมระอาใคร? คำตำหนิติฉินนินทาว่าร้ายฝ่ายตรงข้าม เป็นเรื่องปกติของการมีชีวิตจริงอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีสีเทาๆ จึงจะด่วนสรุปอย่างใดอย่างหนึ่งในทันทีทันใดมิได้ (เพิ่มเติม…)

เลี้ยงผี เดือน 5 ขอฝน เดือน 6

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 19 เมษายน 2559

 

เลี้ยงผี เดือน 5

ขอฝน เดือน 6

 

          เลี้ยงผีบรรพชน เดือน 5 หน้าแล้ง เป็นพิธีกรรมต่อเนื่องถึงเดือน 6 ขอฝน ไปจนกว่าฝนจะตก โดยไม่แยกกันเด็ดขาดเป็นคนละงาน

          สงกรานต์ในราศีเมษเดือนเมษายน เป็นพิธีกรรมของพราหมณ์ในศาสนาพราหมณ์จากอินเดีย เกี่ยวกับการเคลื่อนที่โคจรย้ายราศี จากราศีมีนสู่ราศีเมษ

          พราหมณ์ทำพิธีในเทวสถานโบสถ์พราหมณ์ กับพิธีทางโหราศาสตร์ในราชสำนักถวายพระเจ้าแผ่นดิน แต่ไม่พบหลักฐานว่าทำกี่วัน? สันนิษฐานว่าทำไม่นานวัน หรืออาจวันเดียวด้วยซ้ำ (ในอินเดียน่าจะมีหลายวัน เพราะเป็นงานฉลองขึ้นศกใหม่) (เพิ่มเติม…)

ประเพณีศักดิ์สิทธิ์ผิดปกติ

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 18 เมษายน 2559

 

ประเพณีศักดิ์สิทธิ์ผิดปกติ

         ประเพณี 12 เดือน ล้วนเกี่ยวข้องการทำมาหากินในเศรษฐกิจยังชีพเพื่อความอยู่รอดของคนในชุมชนที่ต้องพึ่งพาธรรมชาติ

         โดยมีพิธีกรรมในศาสนาผีเพื่อวิงวอนร้องขอและบงการอำนาจเหนือธรรมชาติ (ได้แก่ ผี) บันดาลให้ชุมชนมีความอุดมสมบูรณ์ในข้าวปลาอาหารทั้งปวง เริ่มมีพัฒนาการไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว

         การละเล่นดั้งเดิมในพิธีกรรมตามประเพณี 12 เดือน มีในชุมชนหมู่บ้านทั่วไป โดยทุกคนในหมู่บ้านเป็นผู้เล่นร่วมกัน (เท่ากับไม่มีคนดู)

 

ผี พราหมณ์ พุทธ

         ครั้นมีพัฒนาการเป็นเมือง แล้วเติบโตเป็นรัฐขนาดใหญ่หลังรับศาสนาใหม่จากอินเดีย ก็ต้องจัดให้มีพิธีกรรมตามประเพณีเพื่อแสดงตนเป็นผู้บันดาลความอุดมสมบูรณ์สู่อาณาประชาราษฎร

         โดยยกศาสนาพราหมณ์กับพุทธมาหุ้มผีไว้ให้ดูศักดิ์สิทธิ์และทันสมัยขึ้น (ดูได้ในกฎมณเฑียรบาลยุคต้นอยุธยา)

         กิจกรรมอย่างนี้ นักวิชาการตะวันตกยกเป็นการแสดงเพื่อศาสนาการเมืองของรัฐจารีต อาจเรียกว่ารัฐละคร หรือรัฐนาฏกรรมก็ได้ (เพิ่มเติม…)

มติชน วันอาทิตย์ 17 เมษายน 2559

มติชน วันอาทิตย์

17 เมษายน 2559

 

เผด็จการเกิดไฟไหม้ป่า

ประชาธิปไตยตกน้ำขอดแห้ง

สงกรานต์โกร๋นเกรียนต้องเปลี่ยนแปลง

โลกร้อนแล้ง น้ำน้อย พลอยแพ้ไฟ

 

สุจิตต์ วงษ์เทศ

อังคาร 12 เมษายน 2559} else {

คนเล่นเป็นควาย ในพิธีขอฝน เดือน 6

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 15 เมษายน 2559

 

ประเพณี 12 เดือน

 

คนเล่นเป็นควาย

ในพิธีขอฝน เดือน 6

 

         เลี้ยงผีบรรพชน เดือน 5 หน้าแล้ง มีการละเล่นต่อเนื่องยาวนานถึงเดือน 6 ขอฝน

         บวชควาย เป็นการละเล่นในพิธีเลี้ยงผีบรรพชนประจำปีในหน้าแล้งของชาวบ้านเพื่อขอฝนทำนา โดยคนกลุ่มหนึ่งแต่งเป็นควายและแต่งเป็นอื่นๆ เล่นกันทั้งชุมชน แล้วจบลงด้วยกินเลี้ยงกินเหล้า

คนสวมเครื่องประดับศีรษะ และเครื่องแต่งกายคล้ายอยู่ในพิธีกรรม จูงวัวหรือควายที่ตกแต่งร่างกาย แสดงถึงความสำคัญ ซึ่งมีบทบาทต่อการทำไร่ไถนา (ลายเส้นคัดลอกจากภาพเขียนสีที่ภูปลาร้า จ. อุทัยธานี)

คนสวมเครื่องประดับศีรษะ และเครื่องแต่งกายคล้ายอยู่ในพิธีกรรม จูงวัวหรือควายที่ตกแต่งร่างกาย แสดงถึงความสำคัญ ซึ่งมีบทบาทต่อการทำไร่ไถนา (ลายเส้นคัดลอกจากภาพเขียนสีที่ภูปลาร้า จ. อุทัยธานี)

 

         ยุคดึกดำบรรพ์ทำกันทั่วไปทั้งภูมิภาค ดังพบในภาพเขียนสีราว 2,500 ปีมาแล้ว ทั้งบริเวณลุ่มน้ำโขงและลุ่มน้ำเจ้าพระยา แต่ทุกวันนี้เหลือร่องรอยในอีสานและมณฑลกวางสีในจีน

         [บวชควาย เป็นชื่อใหม่ แต่โครงสร้างหลักของการละเล่นเป็นพิธีกรรมดั้งเดิมดึกดำบรรพ์]

         คำว่า บวช (ในชื่อบวชควาย) ยืมจากศัพท์พุทธศาสนา หมายถึงพิธีกรรมปรับเปลี่ยนสถานะของคนเล่นเป็นควาย จากคนธรรมดาๆ เป็นควายศักดิ์สิทธิ์ ต้องเป็นบุคคลในตระกูลสายแหรกที่ได้รับมอบหมายถ่ายทอดจากชุมชนให้ทำพิธีกรรมนี้ (คนอื่นนอกสายแหรกทำไม่ได้) (เพิ่มเติม…)

การละเล่นของหลวงยุคอยุธยา

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน 2559

 

การละเล่นของหลวงยุคอยุธยา

 

          ยุคต้นอยุธยา มีกำหนดในกฎมณเฑียรบาลว่า เดือน 5 การพระราชพิธีเผด็จศกลดแจตรออกสนาม

          หมายถึงพระราชพิธีเปลี่ยนศักราช พระเจ้าแผ่นดินเสด็จออกสนามใหญ่ มีการละเล่น 2 ชุด

          ชุดแรก มีขบวนช้าง, ขบวนเกวียนระแทะ, ชนช้าง, ชนวัว, ชนควาย, หัวล้านชนกัน, เล่นเพลงปรบไก่, คลีชงโคน (ไม่รู้อะไร?), ชกมวย, กระบี่กระบองฟันดาบ, เล่นกล, ขี่ม้าตีคลี ฯลฯ

          ชุดหลัง มีขบวนช้างม้า, ระเบ็ง, รำดาบ, ระบำกับโมงครุ่ม, คุลาตีไม้, พุ่งหอก, เล่นแพน (ไม่รู้อะไร?), ยิงธนู, ไต่ไม้, ลอดบ่วง, ไต่เชือกหนัง ฯลฯ

          การละเล่นทั้ง 2 ชุด ส่วนมากเนื่องในศาสนาผี เป็นประเพณีดั้งเดิมดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้ว มีเล่นเลี้ยงผีปีละครั้งในหน้าแล้ง เช่น ชนวัว, ชนควาย, ชนช้าง, เพลงปรบไก่ ฯลฯ แล้วทำสืบเนื่องมา (เพิ่มเติม…)

ยุคอยุธยา, สุโขทัย ชาวบ้านทั่วไปไม่รู้จักสงกรานต์

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 13 เมษายน 2559

 

ยุคอยุธยา, สุโขทัย

ชาวบ้านทั่วไปไม่รู้จักสงกรานต์

 

         ยุคอยุธยาและยุคสุโขทัย ชาวบ้านร้านตลาดไม่รู้จักสงกรานต์ ไม่มีประเพณีสงกรานต์ ไม่มีสาดน้ำสงกรานต์

         เพราะสงกรานต์ขึ้นปีใหม่แขกอินเดีย เป็นประเพณีพราหมณ์ (รับมาจากอินเดีย) ในศาสนาพราหมณ์ เกี่ยวข้องกับการย้ายราศี จากราศีมีนสู่ราศีเมษ (ตามปฏิทินสุริยคติ) ไม่ใช่ประเพณีพื้นเมืองของอาเซียนโบราณ (ตามปฏิทินจันทรคติ)

         พิธีกรรมสงกรานต์ถ้าจะมี ก็มีในเทวสถานของพราหมณ์ หรือมีในที่รโหฐานของราชสำนักอยุธยาและสุโขทัย

         ผู้ทำพิธีและผู้เกี่ยวข้องมีจำกัดจำเพาะพราหมณ์ กับเจ้านายและขุนนางปุโรหิตประจำราชสำนักเท่านั้น

         ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับอาณาประชาราษฎรอยุธยาและสุโขทัย ทั้งในเมืองและนอกเมือง เพิ่งแพร่หลายสู่คนทั่วไปสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ (เพิ่มเติม…)

ขันใส่น้ำและกระบอกฉีดน้ำ ไม่เป็นของต้องห้าม

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 12 เมษายน 2559

 

ขันใส่น้ำและกระบอกฉีดน้ำ

ไม่เป็นของต้องห้าม

 

        กระบอกฉีดน้ำ ทำจากกระบอกไผ่ เป็นเครื่องเล่นไฮเทคสุดเท่ของวัยรุ่นบ้านนอกขอกตื้อสะดือจุ่น มากกว่า 50 ปีมาแล้ว

songkran12-04-59 1

        กระบอกไผ่ น่าจะเป็นภาชนะเก่าสุดสำหรับใส่น้ำ จึงมีคำพังเพยว่า “ไม่เห็นน้ำ ตัดกระบอก” (คล้องจองกับ ไม่เห็นกระรอก ขึ้นหน้าไม้)

        และน้ำเต้า อาจเป็นภาชนะเก่าสุดใส่น้ำคู่กับกระบอกไม้ไผ่ แล้วเป็นต้นแบบให้มีภาชนะจักสานและดินเผาก้นกลมสืบจนสมัยหลังๆ ถึงปัจจุบัน

        ส่วนขันน้ำจะเริ่มยังไง? เมื่อไร? ยังไม่พบคำอธิบาย (เพิ่มเติม…)

สำเภาล่ม อยุธยา ย่านการค้าทะเลสมุทร

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 11 เมษายน 2559

 

สำเภาล่ม อยุธยา

ย่านการค้าทะเลสมุทร

 

แม่น้ำเจ้าพระยา หน้าป้อมเพชร และหน้าวัดพนัญเชิง ไหลลงทางใต้ (ด้านขวาของแผนที่) มีสำเภานาวาจอดเรียงราย ภาพวาดแผนที่กรุงศรีอยุธยา ฉบับเมืองโบราณ (จากวารสารเมืองโบราณ ฉบับกรกฎาคม-กันยายน 2555 หน้า 74)

แม่น้ำเจ้าพระยา หน้าป้อมเพชร และหน้าวัดพนัญเชิง ไหลลงทางใต้ (ด้านขวาของแผนที่) มีสำเภานาวาจอดเรียงราย ภาพวาดแผนที่กรุงศรีอยุธยา ฉบับเมืองโบราณ (จากวารสารเมืองโบราณ ฉบับกรกฎาคม-กันยายน 2555 หน้า 74)

 

          ยืนที่หน้าป้อมเพชร อยุธยา เห็นแม่น้ำสามแยกตรงน้ำวนบางกะจะ ข้างหน้าทอดยาวลงไปเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ไหลผ่านกรุงเทพฯ ออกอ่าวไทย

          ซ้ายมือ (ตรงข้ามป้อมเพชรบนเกาะเมือง) มีวัดพนัญเชิงอยู่หัวมุม เป็นวัดเก่าแก่มีก่อนกรุงศรีอยุธยา อยู่บริเวณชุมชนคนจีนค้าสำเภา

          มีนิทานเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก (ธิดากรุงจีน) กับเจ้าชายสายน้ำผึ้ง (เจ้าชายกรุง อโยธยา)

          ริมแม่น้ำฝั่งวัดพนัญเชิง ในเอกสารจากหอหลวงบอกว่าครั้งกรุงศรีอยุธยามีแพเรี่ยรายค้าขายลงไปทางใต้ถึงเกาะเรียน (ปัจจุบันมีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ท้ายเกาะเรียน เมื่ออยู่บนสะพานมองเห็นเกาะเรียนกับแม่น้ำกว้างไกลสุดตา) (เพิ่มเติม…)

ย่านการค้านานาชาติ แต่ขาดแบ่งปันความรู้ ที่อยุธยา

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 8 เมษายน 2559

 

ย่านการค้านานาชาติ

แต่ขาดแบ่งปันความรู้ ที่อยุธยา

 

           ย่านการค้านานาชาติ ตลาดบก ตลาดน้ำ บริเวณป้อมเพชร อยุธยา น่าสนุก แต่ไม่สนุก เพราะขาดแบ่งปันความรู้สู่คนทั่วไป (ที่ไม่เป็นนักโบราณคดี)

fortress

บริเวณป้อมเพชร จากริมถนนรอบเกาะเมืองอยุธยา มองไปทางทิศใต้เห็นแม่น้ำสามแยกที่เคยมีตลาดน้ำวนบางกะจะเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว เป็นย่านการค้าที่จอดเรือแพนาวานานาชนิด ถ้ามีคำอธิบายแบ่งปันชาวบ้านทั่วไป จะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อักโข (ภาพมุมกว้าง โดย นราธิป ทองถนอม)

 

           ป้อมเพชร มีชื่อในเอกสารจากหอหลวง ว่าเป็นป้อมใหญ่ของพระนครศรีอยุธยา ที่ก่อด้วยศิลาแลงมั่นคงแข็งแรง สูงราว 7 เมตร (3 วา 2 ศอก) สูงกว่ากำแพงเมือง 1 เมตร (2 ศอก)

           มีชานชาลารอบป้อม มีกำแพงแก้วล้อมรอบชานป้อม มีประตูซ้าย-ขวาเปิดให้เดินเข้าออกตามชานชาลาได้รอบป้อม มีปืนแทรกตามช่อง 8 กระบอก ชั้นล่างมีปืนใหญ่รางเกวียนบรรจุทุกช่อง 16 กระบอก

           ป้อมเพชรอยู่ตรงแม่น้ำสามแยกมีน้ำวนเชี่ยว เพราะเป็นบริเวณแม่น้ำป่าสักชนกับแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วไหลลงทางใต้ออกอ่าวไทย

           สามแยกแม่น้ำหน้าป้อมเพชรเป็นตลาดน้ำ เรียกตลาดน้ำวนบางกะจะ เอกสารจากหอหลวงพรรณนาไว้โดยสรุปย่อๆ ดังนี้ (เพิ่มเติม…)