มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 18 มีนาคม 2559

 

ประเพณี 12 เดือน

 

การละเล่นสงกรานต์

ละเมิดข้อห้าม ขบถจารีตประเพณี

ปลดปล่อยผ่อนคลายความตึงเครียด

 

          สงกรานต์เป็นช่วงเวลาปลดปล่อยผ่อนคลายความตึงเครียดด้วยการละเล่นละเมิดข้อห้ามและขบถจารีตประเพณี ที่คนเราต้องเคร่งครัดทั้งปีที่ผ่านมา

          การละเล่นสนุกสนานละเมิดข้อห้ามต่างๆ ได้โดยไม่ถือว่าเป็นความผิด แต่ต้องมีขอบเขตไม่ทำร้ายบุคคลอื่นให้บาดเจ็บล้มตายและเดือดร้อน

          เสฐียรโกเศศบันทึกเรื่องวันสงกรานต์ที่เชียงตุง (พม่า) ว่าเจ้าฟ้าเชียงตุงจะต้องออกขุนนางประทับนั่งขัดสมาธินิ่งคล้ายพระพุทธรูปอยู่บนอาสนะ พวกขุนนางก็เข้าเฝ้าถวายบังคมโดยลำดับ เมื่อเจ้าฟ้าอวยพรเสร็จ ประตูด้านหลังที่นั่งก็ค่อยแย้มออก เจ้าฟ้าเชียงตุงจะเสด็จหายเข้าไปในประตู ทันใดนั้นพวกข้าราชการซึ่งเฝ้าอยู่อย่างสงบเสงี่ยมต่างก็ลุกขึ้นแย่งกันหนีออกจากที่เฝ้าอย่างสับสนอลหม่าน เพราะขณะนั้นมีราษฎรยกพวกแห่กันมาสาดน้ำสงกรานต์

          พฤติกรรมอย่างนี้ถ้ายามปกติจะมีโทษถึงตาย

 

ผู้หญิงกับพระสงฆ์

          สังคมแต่ก่อนอนุญาตให้พระสงฆ์ในหมู่บ้านร่วมเล่นแข่งขันกับชาวบ้านได้ เช่น พระสงฆ์แข่งเรือ แข่งเกวียน แข่งจุดบั้งไฟ ฯลฯ

          ขณะเดียวกันผู้หญิงชาวบ้านที่มีข้อห้ามรุนแรงว่าถูกเนื้อต้องตัวพระสงฆ์ไม่ได้ในยามปกติ แต่ในช่วงสงกรานต์บางชุมชนอนุญาตให้ผู้หญิงทำได้

          เช่น ผู้หญิงร่วมกันอุ้มพระสงฆ์ (ที่นิมนต์มาฉันอาหาร) โยนลงไปในแม่น้ำลำคลองหนองบึงได้ และอาจละเมิดกฎเกณฑ์ได้มากกว่านี้ด้วย แต่ไม่ถึงขั้นผิดทางเพศ

          ผู้หญิงจะมีบทบาทสำคัญในการเล่นสาดน้ำและเล่นมอมหน้า การสาดน้ำนั้นไม่จำเพาะแต่จะสาดกันเองระหว่างหนุ่มสาว แต่สาดพระสงฆ์ก็ได้

          เสฐียรโกเศศเล่าว่า “ถือขันน้ำ เร่ขึ้นกุฏิเพื่อสรงน้ำหลวงพี่ด้วยปะเหมาะหลวงพี่ไม่ทันรู้ตัว ได้ยินเสียงโครมครามเหมือนมีโจรขึ้นปล้น ยังไม่ทันรู้ว่าเรื่องอะไรก็พอดีถูกสาดน้ำเข้าโครมใหญ่ ดีมิดีที่นอนหมอนมุ้งถูกน้ำสาดเปียกหมด… ตอนนี้ไม่ใช่สรงน้ำพระ แต่เป็นเรื่องสาดน้ำพระ”

          ยิ่งหนักขึ้นไปอีกก็คือการแห่พระสงฆ์ด้วยเกวียนโดย “ชาวบ้านช่วยกันตกแต่งเกวียน คาดผ้าสีแพรเป็นเพดานหลังคา และประดับประดาด้วยสิ่งต่างๆ ตามแต่จะเห็นงาม….

          แล้วนิมนต์พระสมภารเจ้าวัดหรือพระสงฆ์ที่นับถือขึ้นนั่งบนเกวียนมีขบวนแห่อย่างครึกครื้น เวียนประทักษิณอุโบสถสามรอบ แล้วก็ชักเกวียนไปยังที่ซึ่งจัดไว้ แต่ว่าไม่ได้ชักอย่างตรงไปตรงมา เขาเล่นชักเย่อกันด้วย โดยแบ่งพวกชาวบ้านออกเป็นพรรคบ้านเหนือ และพรรคบ้านใต้ หรือตลาดบ้านเหนือและตลาดบ้านใต้

          พวกที่ชักล้วนเป็นคนหนุ่มคนสาวกำลังฉกรรจ์ทั้งนั้น ชักเย่อกันไป ชักเย่อกันมา ไม่ไปถึงไหน ลางทีนานตั้งชั่วโมงก็ไม่มีแพ้ ไม่มีชนะกัน ถ้านานถึงเช่นนั้นก็ต้องหยุดพักเอาแรงกันเสียพักหนึ่ง แล้วจึงลงมือชักเย่อกันใหม่ต่อไป จนกว่าใครจะแพ้ลงข้างหนึ่ง ฝ่ายที่ชนะก็เต้นรำทำเพลงเยาะเย้ยฝ่ายที่แพ้อย่างสนุกสนาน”

          พระสงฆ์เองก็ถือเป็นสนุกไปกับฆราวาส โดยไม่ยึดว่าเป็นอาบัติ

 

ผู้หญิง ผู้ชาย

          การเล่นกันเองระหว่างหนุ่มสาวผู้เฒ่าผู้แก่ก็ถึงขนาดฉุดกระชากลากถูกันจนเสื้อผ้าขาดกะรุ่งกะริ่งไปทั้งหมด พวกผู้หญิงดูจะจงใจแก้แค้นผู้ชาย หรือผู้หญิงมักจะเล่นสนุกกับผู้ชายมากกว่าจะเล่นกับผู้หญิงด้วยกันเอง

          บางทีพวกผู้หญิงก็รวมกลุ่มกันจับผู้ชายมาเล่นแผลงๆ ด้วยการมัดไว้กับต้นเสาเพื่อเรียกค่าไถ่เป็นเหล้าหรือของกินต่างๆ สุดแต่จะหาซื้อได้ หากผู้ชายที่ถูกจับมัดเรียกค่าไถ่ไม่ยอมปฏิบัติตามสิ่งที่ผู้หญิงต้องการก็อาจจะถูกทำประจาน เป็นต้นว่าถูกจับถอดเสื้อกางเกงล่อนจ้อนเปลือยกาย และอาจจะถูกทำพิเรนทร์ๆ กับของลับฝ่ายชาย บางรายถึงขนาดเอาใบสับปะรดซึ่งมีความหยาบจนสากมาแกล้งถูที่ของลับผู้ชายให้เจ็บปวด

 

ขบถจารีตประเพณี

          จากการแสดงออกในเทศกาลสงกรานต์ จะเห็นว่าเป็นพิธีกรรมที่ต้องการขบถต่อจารีตประเพณีดั้งเดิมของสังคม โดยได้รับการอนุมัติหรือได้รับการยอมรับจากสังคมแล้ว

          จะเก็บความโดยสรุปจากบทความเรื่องการละเล่นและพิธีกรรมในสังคมไทย ของ ปรานี วงษ์เทศ (จากหนังสือ วัฒนธรรมพื้นบ้าน : คติความเชื่อ จัดพิมพ์โดยโครงการไทยศึกษา และโครงการเผยแพร่งานวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2528 หน้า 225-324) ดังต่อไปนี้

          อาการขบถมีลักษณะต่อต้านความสัมพันธ์ทางสังคม ที่เน้นความแตกต่างทางเพศ เน้นระบบอาวุโส และเน้นการเคารพนับถือพระสงฆ์

          สิ่งต่างๆ เหล่านี้ในชีวิตประจำวันแล้วสังคมจะเคร่งครัดมากต่อการแสดงออกถึงความสัมพันธ์ เห็นได้จากการอบรมสั่งสอนว่าเป็นประเพณีต้องปฏิบัติตาม

          ความกดดันที่สังคมไทยมีต่อผู้หญิง จะได้รับการผ่อนคลายและแสดงออกในวันสงกรานต์ ดูจากผู้หญิงกินเหล้า เล่นการพนัน สนุกทั้งวันทั้งคืน ไม่สนใจงานบ้าน แสดงกิริยาก้าวร้าวข่มขู่ผู้ชาย การยอมให้ชายอื่นถูกเนื้อต้องตัวได้

          เพราะในยามปกติ สถานภาพของผู้หญิงในสังคมไทยต่ำกว่าผู้ชาย ต้องทำงานหนัก รับภาระในครอบครัว ในขณะที่ผู้ชายมักจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งปีหรือมากกว่าถูกเกณฑ์แรงงานรับใช้ราชการ ผู้หญิงไทยจึงมีภาวะค่อนข้างกดดันที่ต้องรับภาระหลังการแต่งงาน ทั้งในการอบรมเลี้ยงดูลูก ทำมาหากิน

          นอกจากนี้ความสัมพันธ์ทางสังคมอีก 2 ด้านก็ได้รับการปลดปล่อย ซึ่งแสดงถึงข้อขัดแย้งลึกๆ ในสังคมที่สมาชิกในสังคมเก็บกดไว้และแสดงออกในวันสงกรานต์ เช่น

          เด็กล้อเล่นกับผู้ใหญ่ได้ ยั่วเย้าได้ โดยไม่ถือว่าเสียมรรยาทหรือเป็นการล่วงละเมิด

          สถาบันสงฆ์ซึ่งเป็นสถาบันที่ชาวบ้านให้ความเคารพยกย่องและพึงปฏิบัติต่อพระสงฆ์ด้วยความเคารพ ก็ถูกต่อต้านด้วยพฤติกรรมที่ไม่คำนึงถึงข้อห้ามหรือความเหมาะสมที่ผู้หญิงพึงสำรวมต่อสงฆ์ ทั้งพระสงฆ์เองตามประเพณีความเชื่อก็ต้องประพฤติปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด และมีข้อห้ามมากมายที่ไม่สมควรวิสาสะกับผู้หญิง

          กฎเกณฑ์ข้อห้ามต่างๆ ได้รับการอะลุ้มอล่วยให้ละเมิดได้ในวันสงกรานต์ ถือเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดเพื่อให้กลับไปอยู่ในระเบียบกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดต่อไปได้

 

คืนสู่ปกติ

          การละเล่นในวันสงกรานต์ จึงเป็นพิธีกรรมต่อต้านข้อห้ามระเบียบกฎเกณฑ์ที่สังคมกำหนดไว้ โดยเฉพาะระหว่างความสัมพันธ์ของผู้หญิง-ผู้ชาย, ผู้น้อย-ผู้ใหญ่ และพระสงฆ์-ฆราวาส เป็นการต่อต้านที่ไม่เพียงเป็นที่ยอมรับจากสังคมเท่านั้น ยังได้รับการสนับสนุนให้ปฏิบัติอีกด้วย

          พิธีกรรมที่ขบถต่อระเบียบทางสังคมนี้ มีบทบาททางสังคมอย่างยิ่งที่ทำให้ความกดดันและความขัดแย้งในสังคมคลี่คลายระบายออก เพื่อสังคมจะกลับสู่ภาวะปกติสุขเช่นเดิมได้อีก

          มักพบในกลุ่มสังคมดั้งเดิมหลายเผ่าพันธุ์ที่สังคมเน้นความแตกต่างของเพศชาย เพศหญิง ที่สถานภาพของผู้หญิงถูกกดว่าต่ำกว่าชาย และในกลุ่มที่มีระเบียบกฎเกณฑ์ที่ให้อิสระแก่ปัจเจกชนอย่างจำกัด

          พิธีกรรมดังกล่าวจึงทำหน้าที่ผ่อนคลายปัญหาต่างๆ ในแง่ความขัดแย้งในสังคม

          เพื่อรักษาดุลของสังคมให้อยู่โดยปกติสุข

พระเณรเล่นจุดบั้งไฟในสงกรานต์ที่สิบสองพันนา ไม่ถือเป็นผิด

พระเณรเล่นจุดบั้งไฟในสงกรานต์ที่สิบสองพันนา ไม่ถือเป็นผิด

 

แข่งวัวเทียมเกวียน งานรื่นเริงช่วงสงกรานต์ที่ จ. เพชรบุรี เมื่อหลายปีมาแล้ว สมัยโบราณพระสงฆ์ ก็เล่นได้

แข่งวัวเทียมเกวียน งานรื่นเริงช่วงสงกรานต์ที่ จ. เพชรบุรี เมื่อหลายปีมาแล้ว สมัยโบราณพระสงฆ์ ก็เล่นได้