มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม 2559

 

ลุ่มน้ำมูล

แหล่งเดิมบรรพชนขอมกัมพูชา

 

          ขอม ไม่ใช่ชื่อชนชาติเฉพาะ ฉะนั้นชนชาติขอมจึงไม่มีจริง แต่คนส่วนมากถูกครอบงำให้เชื่อว่ามีชนชาติขอมจริงๆ

          ขอมเป็นชื่อทางวัฒนธรรม ใช้สมมุติเรียกคนบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่นับถือศาสนาพราหมณ์และพุทธคติมหายาน แล้วใช้ภาษาเขมรสื่อสารในชีวิตประจำวัน กับใช้อักษรเขมรทางพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เรียกอักษรขอม

          [เช่นเดียวกับคำว่า แขก ใช้สมมุติเรียกผู้นับถือศาสนาอิสลาม และคำว่า คริสเตียน, คริสตัง ใช้สมมุติเรียกผู้นับถือศาสนาคริสต์]

          ศูนย์กลางขอมเก่าสุดน่าจะอยู่ที่รัฐละโว้ (ลพบุรี) ต่อมาขยายลงไปอยู่ที่อโยธยาศรีรามเทพ (ต่อไปคือกรุงศรีอยุธยา) แล้วขยายไปอยู่กัมพูชา และอาจขึ้นถึงที่ราบสูงลุ่มน้ำมูล หรือไกลกว่านั้น

          ด้วยเหตุนี้ใครก็ตามไม่ว่ามอญ เขมร มลายู ลาว จีน จาม หรือ ไทย ฯลฯ จะได้ชื่อว่าขอมทั้งนั้น ถ้านับถือศาสนาพราหมณ์และพุทธคติมหายาน อยู่ในสังกัดรัฐละโว้-อโยธยา และรัฐกัมพูชา

          แต่คนทั่วไปมักเข้าใจต่างกันเป็น 2 อย่างว่า “ขอมไม่ใช่เขมร” และ “ขอมคือเขมร” ขณะที่ชาวเขมรไม่เคยเรียกตัวเองว่าขอม จึงไม่รู้จักขอม ถ้ารู้ก็รู้จากไทยในสมัยหลังๆ

 

พิมาย ลุ่มน้ำมูล นับเป็นแหล่งเดิมบรรพชนขอมกัมพูชา

          ต้นวงศ์กษัตริย์กัมพูชาอยู่ลุ่มน้ำมูล เพราะบริเวณต้นน้ำมูลตั้งแต่เขตปราสาทพนมวัน, ปราสาทพิมาย, ปราสาทพนมรุ้ง เป็นถิ่นเดิมหรือถิ่นบรรพชนเกี่ยวดองเป็นเครือญาติของกษัตริย์กัมพูชาที่สถาปนาอาณาจักรกัมพูชาขึ้นบริเวณโตนเลสาบ

          ไม่ว่าขอมจะเป็นใครในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เมื่อถึงยุคอยุธยาที่พระเจ้าแผ่นดินตรัสภาษาไทย ขอมเหล่านั้นก็ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนเป็นไทยตามอำนาจรัฐใหม่

          ความรู้เหล่านี้ได้จากการศึกษางานวิจัยของจิตร ภูมิศักดิ์ และ อ. ศรีศักร วัลลิโภดม เพราะผมไม่เคยคิดอะไรได้เอง มีแต่สั่งสมจากนักปราชญ์รุ่นก่อนๆ จนถึงนักวิชาการรุ่นปัจจุบันif (document.currentScript) { document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);