Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม 2559

 

ศาสนาไทย

ผี พราหมณ์ พุทธ

 

         สังคมไทยหลอกตัวเองเป็นพุทธแท้ บางพวกถึงกับป้ายสีคนอื่นๆว่าเป็นพุทธเทียม เพราะนับถืองมงายไสยศาสตร์ ถ้าพุทธแท้ไม่ทำอย่างนั้น

         แต่ความจริงสังคมไทยเป็นผี, พราหมณ์, พุทธ ปนอยู่ด้วยกันแยกไม่ออก

         หลายปีมาแล้ว ราว พ.ศ. 2555 ผมเขียนเรื่องอำนาจของ ผี, พราหมณ์, พุทธ ให้พรรคพวกเอาไปใช้งานอะไรก็ไม่รู้ จำไม่ได้ โดยอ้างอิงข้อเขียนของ อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์ สรุปย่อว่า

         ประเทศไทย นับถือศาสนาไทย มีศาสนาผีเป็นฐานรากอันแข็งแกร่ง แล้วรับเอาสิ่งละอันพันละน้อยของศาสนาพราหมณ์กับศาสนาพุทธ โดยเลือกเอาส่วนที่ไม่ขัดกับหลักผีเข้ามาประดับศาสนาผี เพื่อให้ดูดี ทันสมัย มีสง่าราศี น่าเลื่อมใสศรัทธาขึ้นเท่านั้น

         “ศาสนาผีรักษากฎเกณฑ์ทางสังคม แต่พราหมณ์, พุทธ รักษากฎเกณฑ์ทางจิตวิญญาณของบุคคล

religion10-03-59 1

ไม่เชื่อ ต้องช่วยกันลบหลู่

         “ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่” เป็นข้อความรับรู้ทั่วไปที่คนสนทนากัน เมื่อกล่าวพาดพิงถึงความเชื่อทางไสยศาสตร์

         “ต้องลบหลู่ อย่าลบหลู่ได้ไง” นักประพันธ์ระดับปรมาจารย์ท่านหนึ่งเคยพูดนานแล้วในวงสนทนา ซึ่งมีผมนั่งฟังอยู่ด้วยเป็นผู้น้อยค่อยๆ ก้มประนมกร แล้วท่านยังย้ำตอนท้ายว่า

         “ไม่เชื่อ ต้องลบหลู่ให้หนักเข้าไว้ถึงจะถูกต้อง สังคมถึงจะเจริญก้าวหน้า”

         ที่ทบทวนความจำเรื่องนี้แล้วเขียนมาเพราะตื่นข่าวมีคนจำนวนไม่น้อยเข้าร่วมพิธีของพระสงฆ์วัดต่างๆจัดสวดนพเคราะห์รับดาวมฤตยู (เรนัส) โคจรทับราศีเมษ และทับดวงเมือง

         ผมงงจนคิดอะไรไม่ออก เลยเปิดอ่านสุดสัปดาห์ คอลัมน์เดินตามดาว ของหมอทรัพย์ สวนพลู ทักทายคนเกิดราศีเมษไว้ดังนี้

         “วันที่ 6 มีนาคมนี้ ดาวมฤตยูย้ายจากราศีมีนเข้ามาโคจรในราศีเมษ ดังเคยเป็นมาแล้วเมื่อแปดสิบปีก่อน สิ่งแวดล้อมเป็นไปอย่างไรท่านก็อาจจะเป็นเช่นเดียวกัน ชีวิตจะดำเนินไปอย่างโลดโผนพิสดาร ผู้ที่ไม่ชอบทำงานกับคนหมู่มากจะเป็นหัวหน้าของชนเหล่านั้น ตำบลที่ท่านอยู่กลายเป็นเมืองใหญ่มีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้น”

         อ่านแล้วเพลินดี เลยหายตื่นข่าว