มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559

 

ประเพณี 12 เดือน

 

สงกรานต์ เมษายน

ประเพณีพราหมณ์จากอินเดีย

ไม่ใช่ของไทย

 

          สงกรานต์เป็นพิธีกรรมของศาสนาพราหมณ์จากอินเดีย เกี่ยวกับการย้ายราศีของดวงอาทิตย์ จากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ ราวกลางเดือนเมษายนของทุกปี

          ราชสำนักโบราณในอาเซียน รับประเพณีสงกรานต์จากพราหมณ์อินเดียเหมือนกันทุกแห่ง ทำพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์เพื่อเสริมอำนาจการปกครอง

          สมัยแรกๆ มีอยู่ในราชสำนักเท่านั้น ราษฎรทั่วไปไม่รู้จักสงกรานต์

          ครั้นนานเข้าถึงสมัยหลังๆ จึงแพร่หลายสู่ราษฎร แล้วผสมผสานกับประเพณีพื้นเมืองสืบจนปัจจุบัน เช่น รดน้ำ แล้วกลายเป็นสาดน้ำ

 

สงกรานต์เมษายน

          สังกรานติในราศีเมษ คือ เมษสังกรานติ มีความสำคัญในความเชื่ออินเดีย โดยเฉพาะในทางโหราศาสตร์

          เนื่องจากพระอาทิตย์ย้ายเข้าสู่ราศีเมษ อันอยู่ในตำแหน่งสูงสุดของจอมฟ้าเหนือศีรษะ พระอาทิตย์จะมีกำลังและความร้อนแรงสูงสุด

          นอกจากนี้ราศีเมษยังเป็นราศีสถิตลัคนาของโลกและลัคนาของเมืองตามหลักโหราศาสตร์อินเดีย

          แต่ในปัจจุบันชาวฮินดูในอินเดียภาคเหนือเน้นความสำคัญของมกรสังกรานติมากกว่า

          ส่วนการเปลี่ยนปีนั้น สำหรับปีวิกรามีสัมวัตซึ่งนิยมใช้มากในทางอินเดียภาคเหนือ จะมีการเปลี่ยนปีในช่วงเทศกาลนวราตรีหรือเทศกาลบูชาพระแม่ทุรคาในฤดูวสันต์ อยู่ในช่วงเดือนไจตระ ตกราวปลายมีนาคม-ต้นเมษายน แม้ว่าจะเป็นการเปลี่ยนศักราชของปีสัมวัตอย่างเป็นทางการ แต่พิธีกรรมถูกรวบไปอยู่ในส่วนการบูชาพระแม่ทุรคา ไม่ได้มีพิธีกรรมพิเศษแยกออกมา

          [สรุปจาก สงกรานต์ ปีใหม่ฮินดู สู่อุษาคเนย์ และไทย ต้นแบบจากชมพูทวีป ในอินเดีย โดย คมกฤช อุ่ยเต็งเค่ง (เชฟหมี) [อาจารย์ประจำภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (ทับแก้ว) พิมพ์ใน มติชน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2558 หน้า 17]

 

สงกรานต์มีทุกเดือน

          ชาวฮินดูมีสงกรานต์ทุกเดือน

          สงกรานต์ มาจากคำว่า สํกฺรานฺติ (สังกรานติ) ในภาษาสันสกฤตแปลว่า เคลื่อน หรือย้าย ซึ่งความหมายถึง การที่พระอาทิตย์ย้ายราศี

          ราศี คือการแบ่งท้องฟ้าออกเป็นสิบสิบสองส่วนเท่าๆ กัน จะได้ส่วนละ 30 องศา แบ่งชื่อตามดาวจักรราศี

          พระอาทิตย์ เป็นดาวใหญ่ ศูนย์กลางของสุริยจักรวาล เมื่อพระอาทิตย์เคลื่อนย้าย จึงมีผลกระทบต่อสิ่งอื่นๆ ในโลก  พระอาทิตย์จะอยู่ในราศีละสามสิบวันโดยประมาณ

          ดังนั้น สงกรานต์จึงมีทั้งปี เดือนละหนึ่งครั้ง เรียกตามการย้ายเข้าไปในราศีนั้น ซึ่งจะย้ายประมาณวันที่ 14  หรือ 15 ของเดือน เช่น

          ย้ายเข้าราศีมังกร เรียก มกรสังกรานติ, เข้าราศีมีน ก็มีนสังกรานติ, เมษ ก็เมษสังกรานติ

 

สงกรานต์ในไทย ไม่มาจากโหลี

          สงกรานต์ไม่ได้มาจากโหลี (Holi) หรือเทศกาลสาดสีในอินเดีย

          อ. คมกฤช อุ่ยเต็งเค่ง (คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร) อธิบายว่า

  1. โหลี กำหนดวันตามจันทรคติ (ดวงจันทร์) ส่วนสงกรานต์ตามสุริยคติ (ดวงอาทิตย์)
  2. โหลี ไม่เกี่ยวกับพิธีเปลี่ยนศักราช ส่วนสงกรานต์เกี่ยวโดยตรงกับเปลี่ยนศักราช
  3. โหลี มีสาดสี เป็นสัญลักษณ์ของพิธีเจริญพืชพันธุ์เพื่อความอุดมสมบูรณ์ ส่วนสงกรานต์อินเดียไม่มีสาดน้ำ เมื่ออุษาคเนย์รับมาสมัยแรก ก็ไม่มีสาดน้ำ

          สาดน้ำเป็นของใหม่เพิ่งมีสมัยอาณานิคม ดั้งเดิมรดน้ำ (ดำหัว) ไม่สาดน้ำ

ชาวบ้านพากันไปยังริมน้ำเพื่อรับปีใหม่ โดยสักการะพระสุริยเทพ (เทพสำคัญที่สุดในช่วงปีใหม่ฮินดู) บรรดาสตรีกำลังบันลือสังข์ เพื่อต้อนรับพระสุริยเทพและขับไล่สิ่งอัปมงคล ถือหม้อกลัศ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์และที่สถิตเทพแห่งน้ำหรือพระวรุณ ภาพนี้จากริมแม่น้ำกษิประ เมืองอุชเชน รัฐมัธยประเทศ [ภาพชุดจากหนังสือพิมพ์ The New Indian Express www.newindianexpress.com คำอธิบายโดย เชฟหมี]

ชาวบ้านพากันไปยังริมน้ำเพื่อรับปีใหม่ โดยสักการะพระสุริยเทพ (เทพสำคัญที่สุดในช่วงปีใหม่ฮินดู) บรรดาสตรีกำลังบันลือสังข์ เพื่อต้อนรับพระสุริยเทพและขับไล่สิ่งอัปมงคล ถือหม้อกลัศ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์และที่สถิตเทพแห่งน้ำหรือพระวรุณ ภาพนี้จากริมแม่น้ำกษิประ เมืองอุชเชน รัฐมัธยประเทศ
[ภาพชุดจากหนังสือพิมพ์ The New Indian Express www.newindianexpress.com คำอธิบายโดย เชฟหมี]

พิธีฉลองปีใหม่ของชาวเตลุคุ (เมืองเชนไน) มีการตกแต่งพื้นด้วยผงสีต่างๆ เรียกว่า รังโคลี เขียนว่า “นันทะนะ อุคาทิ” หมายความว่า สุขสันต์เทศกาลปีใหม่ ส่วนถาดในมือหญิงสาวบรรจุอาหารพิเศษสำหรับเทศกาลอุคาทิโดยเฉพาะ เรียกในภาษากรรนาฏ ว่า เพวุเพลลา (Bevu-Bella) ประกอบด้วยอาหาร 6 รส (ขม หวาน เผ็ด เค็ม เปรี้ยว และรสจัดฉุน) ได้แก่ หน่อสะเดา น้ำตาลอ้อย พริก เกลือ น้ำมะขาม มะม่วงดิบ เพื่อสะท้อนรสชาติของชีวิต 6 อย่าง คือความเศร้า ความสุข ความโกรธ ความกลัว ความเกลียดและความประหลาดใจ ที่ต้องพบเจอในชีวิตและวางใจให้เสมอในรสเหล่านี้

พิธีฉลองปีใหม่ของชาวเตลุคุ (เมืองเชนไน) มีการตกแต่งพื้นด้วยผงสีต่างๆ เรียกว่า รังโคลี เขียนว่า “นันทะนะ อุคาทิ” หมายความว่า สุขสันต์เทศกาลปีใหม่
ส่วนถาดในมือหญิงสาวบรรจุอาหารพิเศษสำหรับเทศกาลอุคาทิโดยเฉพาะ เรียกในภาษากรรนาฏ ว่า เพวุเพลลา (Bevu-Bella) ประกอบด้วยอาหาร 6 รส (ขม หวาน เผ็ด เค็ม เปรี้ยว และรสจัดฉุน) ได้แก่ หน่อสะเดา น้ำตาลอ้อย พริก เกลือ น้ำมะขาม มะม่วงดิบ เพื่อสะท้อนรสชาติของชีวิต 6 อย่าง คือความเศร้า ความสุข ความโกรธ ความกลัว ความเกลียดและความประหลาดใจ ที่ต้องพบเจอในชีวิตและวางใจให้เสมอในรสเหล่านี้

 

สตรีอยู่ในขบวนแห่ เรียกว่า “โศภณยาตรา” คือการแห่แหนตามประเพณีในงานมงคล โดยทูนหม้อ “กลัศ” หรือหม้อแห่งความอุดมสมบูรณ์ ในภาพหม้อเหล่านี้เขียนคำมงคลต่างๆ เช่น อาโรคยะ-ความไม่มีโรค, เสวา-การปรนนิบัติรับใช้ เป็นต้น

สตรีอยู่ในขบวนแห่ เรียกว่า “โศภณยาตรา” คือการแห่แหนตามประเพณีในงานมงคล โดยทูนหม้อ “กลัศ” หรือหม้อแห่งความอุดมสมบูรณ์ ในภาพหม้อเหล่านี้เขียนคำมงคลต่างๆ เช่น อาโรคยะ-ความไม่มีโรค, เสวา-การปรนนิบัติรับใช้ เป็นต้น

}