มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559

 

ราชการไทยทางวัฒนธรรม

มาตรฐานต่ำกว่าสากล

       ยูเนสโก คืนเอกสารของไทยเพราะไม่สมบูรณ์ ยังบกพร่อง ต้องทำเพิ่มเติม ทั้งๆที่ใช้เวลาทำเต็มพิกัด 10 ปี เพื่อขอมรดกโลก ให้ภูพระบาท จ. อุดรธานี

       สะท้อนระบบราชการไทยด้านวัฒนธรรม มีมาตรฐานต่ำกว่าเกณฑ์สากล (เช่นเดียวกับด้านเศรษฐกิจการเมือง ไม่เป็นที่ยอมรับของสหภาพยุโรปและสหรัฐ ที่จะส่งผลเชื่อมโยงถึงนานาชาติก็ไม่ยอมรับมาตรฐานไทย)

       แสดงชัดเจนว่าระบบราชการไทยมีปัญหา ตั้งแต่บนฟ้า ถึงในน้ำ และใต้ดิน ได้แก่การบินพลเรือน (บนฟ้า), การประมงทะเลสมุทร (ในน้ำ), และประวัติศาสตร์โบราณคดี (ใต้ดิน)

       นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า เรื่องอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ที่ได้รับการขึ้นบัญชีรายชื่อเบื้องต้นมรดกโลกไว้ ยูเนสโกคืนเรื่องกลับมาให้ไทย เพราะเห็นว่าเอกสารยังไม่สมบูรณ์พอ ยังขาดข้อมูลสำคัญบางเรื่อง จึงต้องการให้ไทยจัดทำเพิ่มเติม

       โดยเน้นให้น้ำหนักกับงานวิจัย รวมถึงการขุดค้นโบราณคดี ข้อมูลเพิ่มเติมด้านประวัติศาสตร์ และการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ทำให้ไทยต้องทำข้อมูลเตรียมนำเสนอใหม่ และไม่ทันต่อการประชุมในเดือนมิถุนายนนี้

       จะส่งกลับไปให้ยูเนสโกภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 เพื่อเตรียมนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในเดือนมิถุนายน 2560 ต่อไป ทั้งนี้ ได้มอบนโยบายให้กรมศิลปากรประสานขอยูเนสโกส่งผู้เชี่ยวชาญมาแนะนำและสนับสนุนวิธีการทำเอกสารให้สมบูรณ์มากที่สุด (มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 หน้า 7)

       เอกสารเรื่องภูพระบาทมรดกโลก ไทยใช้เวลาทำตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว ส่งเกินเวลากำหนดด้วยซ้ำ ไฉนเพิ่งคิดได้ว่าต้องขอผู้เชี่ยวชาญจากยูเนสโกมาแนะนำ แต่ก่อนได้ยินพูดปาวๆตั้งแต่กรณีปราสาทพระวิหารว่ายูเนสโกไม่มีน้ำยามิใช่หรือ?

 

ผูกขาดวัฒนธรรม

       รัฐบาลจะปฏิรูปราชการด้านวัฒนธรรมหรือไม่? อย่างไร? ก็ตามสะดวก เพราะถึงยังไงงาก็ไหม้ไปแล้ว ถั่วยังไม่สุก

       แต่ปัญหาวัฒนธรรมของไทยมีหมักหมมมานานมาก แต่ถูกกลบไว้ด้วยความเป็นไทยแบบศรีธนญชัย (หมายถึงกะล่อนไปคราวๆ)

       ปัญหาสำคัญสุด คือวัฒนธรรมในไทยถูกผูกขาดด้วยระบบการศึกษาไทยและระบบราชการไทย ที่ตั้งตนเป็นปฏิปักษ์และกีดกันภาคประชาชนคนท้องถิ่น (ที่ไม่ใช่ราชการ) ดังนี้

  • ผูกขาดข้อมูลความรู้ และบริหารจัดการวัฒนธรรม โดยขุนนางข้าราชการกลุ่มเล็กๆกลุ่มเดียว และ (2.) ผูกขาดการศึกษาประวัติศาสตร์โบราณคดี โดยสถาบันการศึกษาแห่งเดียว

       การผูกขาดและตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กีดกันคนอื่น แสดงให้เห็นความอ่อนแอ เพราะรู้สึกไม่มั่นคงอย่างยิ่งของบรรดาผู้เกี่ยวข้องงานวัฒนธรรมของไทย ซึ่งต้องเร่งรัดเยียวยาแก้ไขหรือปฏิรูปเบื้องต้น คือ

       ยกเลิกผูกขาดงานวัฒนธรรมไว้ที่ราชการและสถาบันการศึกษาแห่งเดียว (ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยให้ทักท้วงถกเถียงกันได้อีก) ทุกอย่างจะดีขึ้นโดยเร็ววันif (document.currentScript) {