Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559

 

เหน่อสุพรรณ

กับสำเนียงหลวงพระบาง

          “ภาษาลาว กับ ภาษาไทย เท่าที่ข้าพเจ้าสังเกต มีต่างกันอยู่เฉพาะเรื่องของการออกเสียง และการลงน้ำหนักเสียงที่ลากยาวเท่านั้น” อ็องรี มูโอต์ ตั้งข้อสังเกตเมื่อได้ยินสำเนียงเว้าลาว กับสำเนียงพูดไทย

          [จากหนังสือบันทึกการเดินทางของอ็องรี มูโอต์ฯ แปลโดย กรรณิกา จรรย์แสง พิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน พ.ศ. 2558 หน้า 375]

          สำเนียงเหน่อในไทย (สุพรรณบุรี, เพชรบุรี) จิตร ภูมิศักดิ์ เคยบอกไว้นานแล้วว่าคล้ายคลึงกับสำเนียงลาวเหนือ ตั้งแต่หลวงพระบางถึงซำเหนือ

          [จากหนังสือสังคมไทยลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนสมัยศรีอยุธยา พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2526 หน้า 340-341]

ner 17-02-59 1

          หูผมฟังไม่แตกต่างระหว่างสำเนียงเหน่อสุพรรณกับสำเนียงหลวงพระบาง แล้วเชื่อว่าสำเนียงอย่างนี้คือสำเนียงหลวงครั้งกรุงศรีอยุธยา (ตั้งแต่แผ่นดินเจ้านครอินทร์ ราวหลัง พ.ศ. 1950) ซึ่งเป็นต้นทางสำเนียงเจรจาโขนตราบจนทุกวันนี้

          เหตุจากการค้าโลก ตั้งแต่ราวหลัง พ.ศ. 1500-1700 ทำให้มีการโยกย้ายผู้คนและทรัพยากรจากลุ่มน้ำโขง ลงลุ่มน้ำเจ้าพระยา สำเนียงพูดก็ติดมาด้วย

          พบร่องรอยอยู่ในตำนานขุนบรมซึ่งเป็นกลุ่มชนที่มีชื่อรวมๆ เรียกตัวเองว่าผู้ไท มีศูนย์กลางสำคัญที่สุดอยู่เมืองแถน (ฝรั่งเศสออกเสียงว่าแถง เวียดนามเรียกเดียนเบียนฟู)

          ลาวเรียกผู้ไทว่าลาวเก่า หมายถึง เป็นบรรพชนลาว เพราะมีในตำนานขุนบรมบอกว่าขุนลอ (ลูกชายคนโตของขุนบรม) แยกครัวโยกย้ายจากเมืองแถนไปสถาปนาเมืองหลวงพระบาง แล้วเรียกตัวเองด้วยชื่อใหม่ว่าลาว (แปลว่า ผู้เป็นใหญ่, ผู้เป็นนาย)

          ส่วนไทยลืมหมดแล้วเรื่องตำนานขุนบรม ทั้งๆ งั่วอิน (ลูกชายคนที่ 5 ของขุนบรม) แยกครัวโยกย้ายจากเมืองแถนลงไปลุ่มน้ำเจ้าพระยา แล้วสถาปนาสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี)-อโยธยา (กรุงศรีอยุธยา) แล้วเรียกตัวเองด้วยชื่อใหม่ว่าไทย (เสียงไทเดียวกับผู้ไท)

          หลักฐานสำคัญหลายอย่างที่แสดงว่าคนชั้นสูงยุคต้นอยุธยา สืบเชื้อสายลาวลุ่มน้ำโขง เช่น

          พระรถ เมรี ตำนานบรรพชนลาว ได้รับยกย่องเป็นต้นวงศ์พงศาวดารของชนชั้นสูงอยุธยา มีร่องรอยเค้ามูลในกฎมณเฑียรบาล ยุคต้นอยุธยา แล้วสืบเนื่องถึงยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โคลงกลอน มีแหล่งกำเนิดอยู่ลุ่มน้ำโขง, ขับเสภา มาจากประเพณีขับลำของตระกูลภาษาไท-กะได (ไทย-ลาว) ลุ่มน้ำโขง, ขุนแผน กลายเสียงจากคำว่าแถน, ดาบฟ้าฟื้น ของขุนแผน ชื่อเดียวกับปู่ฟ้าฟื้น ผีบรรพชนลาวเมืองน่าน ฯลฯ