มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 1 มกราคม 2559

 

ประเพณี 12 เดือน

 

สิ้นปีเก่า เดือน 4

พิธีพราหมณ์ พิธีพุทธ

 

         พิธีสิ้นราศีเก่า (ปีเก่า) เรียกสัมพัจฉรฉินท์ ตรงกับเดือน 4 ของไทยตามปฏิทินจันทรคติ (ราวมีนาคม-เมษายน)

         เป็นช่วงเวลาเดียวกับราศีมีน ตามปฏิทินสุริยคติของพราหมณ์อินเดีย มีต่อเนื่องถึงราศีเมษ ขึ้นราศีใหม่ (ปีใหม่) เรียก สงกรานต์ ตรงกับจันทรคติเดือน 5 (ราวเมษายน-พฤษภาคม)

 

พิธีพราหมณ์บูชาไฟ

         สัมพัจฉรฉินท์มีพิธีพราหมณ์เป็นพิธีใหญ่ มีโหมกุณฑ์ (บูชาไฟ โดยใส่สิ่งของบูชาเข้ากองไฟ) ร.5 ทรงอธิบายง่ายๆ ในหนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือน ดังนี้

         ในหอราชพิธีนั้นมีเตียงสามเตียงตั้งลดเป็นลำดับลงมา ตามแบบที่ตั้งพระของพราหมณ์คล้ายกันทุกพิธี

         ชั้นต้นตั้งพระอิศวร พระนารายณ์ พระมหาพิฆเนศวร และพระอิศวรทรงโค ซึ่งมีพระอุมาทรงอยู่ด้วย——-

         เตาซึ่งสำหรับโหมกุณฑ์นั้น เป็นเตาทองแดง ตั้งในโรงพิธีนั้นด้วย แล้วมีหม้อกุมภ์ตั้ง 9 ใบ หม้อกุมภ์นั้นหม้อข้าวเราไทยๆ นี้เอง——-การที่ทำน้ำมนต์ด้วยหม้อข้าวนี้ เป็นแบบมาจากอินดียแน่แท้ ข้างพราหมณ์ก็คือหม้อทองเหลืองซึ่งหุงข้าวและตักน้ำ———

         หม้อกุมภ์ทั้ง 9 ใบนั้นตั้งอยู่กลางใบหนึ่ง รอบ 8 ใบ ในหม้อกุมภ์นั้นมีเงินเฟื้องหนึ่งทุกๆ หม้อ

         พิธีที่ทำทุกวันนั้นมักจะทำกลางคืนดึกๆ ทุกพิธี (เว้นไว้แต่ที่เป็นการจำเป็นจะต้องทำกลางวัน)———-

         เริ่มทำพิธีอวิสูทธิ์อัตมสูทธิ์ชำระตัวตามแบบพิธีทั้งปวง และบูชา 8 ทิศอ่านตำรับ เมื่อจบลงแล้วบูชาพระอิศวรแล้ว จึงได้บูชาเบญจคัพย์ เอาน้ำรินลงในถ้วย อ่านตำราบูชากลดสังข์ บูชากุมภ์แล้ว จึงได้เอาน้ำผสมกันกรอกในกลดในสังข์และในหม้อกุมภ์ทั้ง 9 หม้อ——-

         ต่อนั้นก็ไปบูชากุมภ์ ใบไม้โหมกุณฑ์ที่เรียกว่าใบไม้สมมิทธิ มีในหมายรับสั่งมากอย่าง คือ ใบรัก ใบมะม่วง ใบตะขบ ใบยอ ใบขนุน ใบมะเดื่อ ใบเงิน ใบทอง ใบเฉียงพร้านางแอ ใบมะผู้ ใบระงับ ใบพันงู สิ่งละ 50 ใบ มะกรูด 15 ผล ส้มป่อย 15 ฝัก

         แต่ที่ได้ใช้โหมกุณฑ์อยู่เดี๋ยวนี้แต่สามอย่าง คือ ใบตะขบ 96 ใบทอง 32 ใบมะม่วง 25—–

         ที่เตากุณฑ์นั้นมีดินและมูลโครองในนั้น แล้วมีเต่าทองตัวหนึ่งหนักสองสลึงเฟื้อง สำหรับวางในกลางกองกุณฑ์

         ฟืนที่สำหรับจะใช้โหมกูณฑ์นั้นใช้ไม้พุทรายาวดุ้นละ 9 นิ้ว มัดละ 9 ดุ้น วันละ 20 มัด เมื่ออ่านเวทติดเพลิงถึงกำหนดแล้วก็เป็นเสร็จการพระราชพิธีส่วนวันนั้น”

 

ผลประโยชน์ของพราหมณ์

         พราหมณ์ที่ทำหน้าที่ในเทวสถานย่อมได้ผลประโยชน์จากเครื่องบูชาที่มีคนเอามาถวายเทพเจ้า มีตัวอย่างการพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ พราหมณ์ได้ประโยชน์จากสิ่งของถวายเทวดา ร.5 อธิบายว่าได้แก่

         เต่าทองสำหรับโหมกุณฑ์หนักทองสองสลึงเฟื้อง เงินทักษิณบูชา 6 บาท เงินหม้อกุมภ์หม้อละเฟื้อง เป็นเงินบาทเฟื้อง

         ผ้าขาวห่อตำรับผืนหนึ่ง ผ้าพันหม้อกุมภ์ผืนหนึ่ง รองนพวรรคผืนหนึ่ง เบญจคัพย์ผืนหนึ่ง รองอาสนะพระผืนหนึ่ง รองอาสนะพราหมณ์ผืนหนึ่ง ผ้าโตรทวาร 4 ผืน ผ้านุ่งผืนหนึ่ง ผ้าห่มผืนหนึ่ง

         หม้อข้าวเชิงกรานสำหรับหุงข้าวบูชาเทวดา หม้อคะนนใหญ่สำหรับน้ำใช้หม้อหนึ่ง หม้อน้ำมนต์จุ 12 ทะนานหม้อหนึ่ง

         นมเนย ข้าวเปลือกกรองหม้อ ข้าวสารสำหรับหุงบูชาเทวดา มะพร้าวอ่อน

         ส่วนเงินที่แบ่งปันกันในพราหมณ์ พระมหาราชครูได้กึ่งตำลึง พระครูอัษฎาจารย์ได้บาทเฟื้อง ปลัดสองคนๆ ละหนึ่งบาท ขุนหมื่นสี่คนๆ ละสองสลึง หมดเงินเจ็ดบาทเฟื้อง

 

พิธีพุทธ

         นอกจากพิธีพราหมณ์บูชาไฟแล้ว ยังมีพิธีพุทธทั้งฝั่งกรุงเทพฯ และฝั่งธนบุรี ซึ่ง  ร.5 ทรงอธิบายว่าทำตามแบบอินเดียและลังกา ดังนี้

         การพระราชพิธีนี้มีโรงพิธีตั้ง 8 ประตูเมือง และกลางพระนคร 2 ตำบล——-อยู่ฝั่งตะวันออกนี้ทั้งสิ้น

         โรงพิธีกลางเมืองฟากตะวันออกนี้ตั้งที่วัดสุทัศน์ซึ่งถือกันว่าเป็นกลางเมือง จึ่งได้ทำเทวสถานและปักเสาชิงช้าในที่นั้น

         ประตูเมืองฝั่งตะวันออก 4 ประตูนั้น ไม่ได้สวดที่ประตู เป็นแต่ชื่อประตูเมือง คงขึ้นสวดบนป้อมด้านเหนือป้อมพระสุเมรุ——-

         และฝั่งตะวันตกนั้นต้องปลูกโรง เพราะไม่มีที่อาศัย กำหนดให้ปลูกโรงกลางเมือง—

         เวลาเย็นพระสงฆ์สวดมนต์ตั้งแต่วันแรม 12 ค่ำ 13 ค่ำ วัน 14 ค่ำ สวดอาฏานาฏิยสูตร คืนยังรุ่ง เมื่อสวดไปถึงกำหนดยิงปืนก็หยุดรอจนยิงปืนแล้วจึงได้สวดต่อไปเป็นระยะ

12months 1-01-59 3

12months 1-01-59 4