มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 25 มกราคม 2559

 

มิวเซียมดีๆ

ของเพื่อนบ้าน

          มีผู้กล่าวว่ามิวเซียมในสิงคโปร์มีบทบาทสูงต่อผู้คน มีส่วนสำคัญต่อการสร้างประวัติศาสตร์สาธารณะ และเป็นช่องทางในการสร้างสัมพันธภาพสู่ความรู้สึกเป็นสังคม และความเป็นพลเมืองร่วมกัน

          เกตุชพรรณ์ คำพุฒ (อาจารย์ประจำโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์) เล่าว่ามิวเซียมแห่งชาติสิงคโปร์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่นำเสนอจุดเริ่มต้นของการ “สร้างชาติ” จากชนชาติผู้อพยพที่มีเชื้อชาติหลากหลาย การผูกโยงรากฐานวัฒนธรรมมาสู่ความเป็นเอกภาพของชาติ พร้อมๆกับนำพาชาวสิงคโปร์สู่สถานะ “พลเมืองของโลก”

          พูดง่ายๆ คือ มุ่งสู่สากลด้วยมรดกจากหลายวัฒนธรรม เช่นเดียวกับมิวเซียมอีกหลายแห่งของประเทศที่พร้อมอุทิศให้กับพื้นที่ส่วนนิทรรศการถาวรไว้ให้กับมรดกในทุกกลุ่มวัฒนธรรม

          [ประชาชื่น มติชน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 หน้า 17]

          สิงคโปร์ ประเทศเล็กๆ ที่ได้รับการยกย่องว่ามีมิวเซียมดีๆ มากมาย จนประเทศต่างๆ โดยเฉพาะเมืองไทยขยันส่งบุคลากรไปศึกษาดูงานบ่อยๆ แต่ดูแล้วก็แล้วกัน ไม่มีพัฒนาการดีขึ้น

          ผู้บริหารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของไทย มักตอบโต้ผู้แสดงความเห็นตรงข้ามอย่างหงุดหงิด ว่าถ้าอยากให้จัดแสดงอย่างดีเหมือนนานาชาติก็เอาเงินมา ที่ยังทำไม่ได้เท่าสากล เพราะไม่มีงบประมาณ

          มีเงินแล้วใช่ว่าจะจัดมิวเซียมได้มาตรฐานสากลทั้งรูปแบบและเนื้อหา เพราะถ้าวิธีคิดเป็นศักดินาแบบเจ้าอาณานิคมศตวรรษที่แล้ว ต่อให้มีเงินกองเท่าภูเขาทอง ก็คงมีเนื้อหาไม่ต่างจากที่เป็นอยู่ปัจจุบันที่ไม่มีคนเข้าชม หรือมีน้อยจนไม่มี เพราะจัดแสดงเศียรพระ แขนพระ ขาพระ และศิวลึงค์ แต่ไม่มีสตอรี่ที่คนทั่วไปต้องการ

โบราณศิลปวัตถุ เทวรูปรุ่นเก่า จัดแสดงภายในอาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

โบราณศิลปวัตถุ เทวรูปรุ่นเก่า จัดแสดงภายในอาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

          รัฐบาลก่อนๆสมัยหนึ่ง (นายอดิศร เพียงเกษ เป็น รมช. ศึกษา ยุคนั้นพิพิธภัณฑ์สังกัดกระทรวงศึกษา ยังไม่มีกระทรวงวัฒนธรรม) เคยจัดสรรงบประมาณพิเศษมากกว่าพันล้าน ให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ ปรับเนื้อหาบอกประวัติความเป็นมาของเมืองนั้นๆ ที่ตั้งอยู่

          ผลคือตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ หมดไปพันกว่าล้าน แล้วเหมือนเดิม ไม่มีอะไรก้าวหน้า

          ดังนั้น ที่ว่าถ้าอยากให้จัดแสดงอย่างดีเหมือนนานาชาติ ก็เอาเงินมา จึงเป็นแค่วาทกรรมแก้ผ้าเอาหน้ารอด แต่ทำจริงไม่ได้if (document.currentScript) {