Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม 2558

 

ประเพณี 12 เดือน

 

บุญเบิกฟ้า เดือน 3

ฟ้าไขประตูฝน

 

          บุญเบิกฟ้า (ในวัฒนธรรมลาวลุ่มน้ำโขง และอีสาน) หมายถึงงานต้นเดือน 3 ทำบุญเลี้ยงพระกับเลี้ยงผี แล้ววิงวอนร้องขอต่อฟ้าเปิดประตูให้ฝนตกลงดิน เพื่อเข้าสู่ฤดูการผลิตใหม่

          คนพวนเรียกประเพณีนี้ว่า บุญกำฟ้า เป็นช่วงเวลา “ฟ้าไขประตูฝน” (มีจารไว้ในใบลานหนังสือก้อม)

          ช่วงเวลาต้นเดือน 3 นี้ ในปฏิทินสากลราวกลางกุมภาพันธ์-มีนาคม เป็นช่วงเปลี่ยนฤดูกาล จากฤดูหนาวเข้าฤดูร้อน มีลมแปรปรวนทิศทางไม่แน่นอน ผู้คนยุคดึกดำบรรพ์ตกใจและหวาดกลัว ถือเป็นการกระทำของผีแถนผีฟ้า ต้องเซ่นวักเลี้ยงผีฟ้าผีแถนส่งผ่านหินก่ายฟ้า หรือหินตั้ง

 

งันเบิกฟ้า

          บุญเบิกฟ้า กับ บุญกำฟ้า ยุคดั้งเดิมเริ่มแรกในศาสนาผี น่าจะเรียกด้วยคำลาวว่า งันเบิกฟ้า และงันกำฟ้า หมายถึงงานเลี้ยงผีบรรพชน เพื่อวิงวอนร้องขอต่อแถนเปิดประตูฟ้าให้ฝนตกลงดิน

          งัน เป็นคำลาว แปลว่า ฉลอง, สมโภช, เอิกเกริก (ตรงกับภาษาภาคกลางว่า งาน) มีคำเทียบคือ งันเฮือนดี (ตรงกับ งานเรือนดี) หมายถึง งานศพ มีการละเล่นร้องรำทำเพลงต่างๆ อย่างสนุกสนานครึกครื้น

          เฮือนดี (ภาคกลางว่า เรือนดี) หมายถึงเรือนที่มีคนตาย ต้องร่วมกันเรียกขวัญคืนร่างนั้นด้วยการละเล่นส่งเสียงดังๆ เพื่อให้ขวัญได้ยิน จะได้กลับถูกทาง แล้วคืนร่างเดิม

          คำว่า บุญ ในชื่อบุญเบิกฟ้า, บุญกำฟ้า เป็นภาบาลี เพิ่งมีเติมเข้ามาหลังรับนับถือศาสนาพุทธ เพื่อโอนประเพณีเลี้ยงผีในศาสนาผี ให้เป็นเลี้ยงพระในศาสนาพุทธ

 

กำฟ้า, ก่ำฟ้า

          ชาวพวนเรียก งัน (บุญ) เบิกฟ้า ว่า งัน (บุญ) กำฟ้า

          กำ สะกดแบบไทย-ลาว หมายถึง ถือ, จับ, กุม แต่มักใช้เพราะเป็นคำพ้องเสียง เมื่อจะกล่าวถึงกรรมในภาษาบาลี หมายถึง บำเพ็ญ, กระทำ ดังนั้นเมื่ออยู่กับงัน (บุญ) กำฟ้า ย่อมมีปัญหา เพราะหาความหมายไม่ได้

          กำฟ้า น่าจะกร่อนมาจาก ก่ำฟ้า หมายถึงฟ้าแดงก่ำครึ้มฟ้าครึ้มฝน ใกล้ฝนจะตก ซึ่งสอดคล้องกับงันเบิกฟ้าเพื่อขอฝน

          ก่ำ แปลว่า เข้ม, จัด, จ้า (มักใช้กับสีแดง หรือทองที่สุก) หมายถึงสีเมฆที่ฝนกำลังจะตก

          ก่ำฟ้า เป็นช่วงเวลาหมดฤดูหนาวขมุกขมัว เข้าฤดูร้อนสว่างฟ้า ตรงกับเบิกฟ้า

          (วรรณกรรมเก่าเคยมีใช้ในโคลงนิราศนรินทร์ บทที่ 4 บาท 4 วรรคหลัง ว่า “ไขประทีปโคมแก้ว ก่ำฟ้าเฟือนจันทร์” หมายถึงแสงสีจากโคมแก้วสาดสุกใสสว่างฟ้าแดงจัดจนแสงจันทร์เลือนรางจางไป)

          ช่วงนี้อยู่ราวกลางกุมภาพันธ์-มีนาคม (ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3) ชาวพวนเรียกวันฟ้าไขปักตู หมายถึงท้องฟ้าเปิดประตูน้ำฝน มีฝนตกฟ้าคะนอง คนภาคกลางเรียกหลายชื่อ เช่น ฝนชะช่อมะม่วง, ฝนชะลาน, ฝนหลงฤดู, ฝนหลงฟ้า ฯลฯ แล้วมีคำทำนายฟ้าฝนในฤดูทำนาที่จะมาถึงข้างหน้า

          ทางภูมิศาสตร์เรื่องลมมรสุม เรียกระยะเวลานี้ว่า “ช่วงเปลี่ยนฤดู” ทำให้ลมแปรปรวน มีทิศทางไม่แน่นอน

          ถือเป็นช่วงปลายลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (เป็นฤดูหนาว ระหว่างกลางตุลาคม-กลางกุมภาพันธ์) รอเวลาจะเริ่มต้นลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (เป็นฤดูฝน ระหว่างกลางพฤษภาคม-ปลายกันยายน)

 

ข้าวจี่

          อาหารที่ใช้ทำบุญเลี้ยงพระสงฆ์ในบุญเบิกฟ้าและบุญกำฟ้า คือ ข้าวจี่ บางทีเรียก งานนี้ว่า บุญข้าวจี่

          ข้าวจี่ ทำโดยหม่าข้าวเหนียว (หม่า คือ แช่ข้าวเหนียว) ไว้แต่หัวค่ำ ลุกขึ้นแต่ดึกนึ่งข้าวเหนียวปั้นให้มีขนาดใหญ่เท่าไข่เป็ด เสียบไม้ปิ้งไฟจนสุกเหลืองหอม ทาด้วยไข่แดง ใส่เกลือเล็กน้อย คือทาไปปิ้งไปให้ไข่เคลือบอยู่ที่ผิวส่งกลิ่นหอม

          เมื่อสุกแล้วถอดไม้เสียบออก ใส่ไส้เข้าไปในรูไม้เสียบนั้นตามต้องการ

          ก่อนถึงวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 กวานบ้าน (หัวหน้าหมู่บ้าน) หรือมัคนายกวัดจะบอกกล่าวว่าจะถึงวันบุญกำฟ้า แล้วให้ชาวพวนเตรียมตำข้าว เก็บฟืนเก็บหลัว หาอาหารเตรียมไว้ทำบุญ

          ไม่ให้ผู้ใดทำกิจการใดๆ ต้องหยุดเพื่อทำบุญ หากฝ่าฝืนเชื่อกันว่า “ขะลำ” หรืออาจจะมีอันเป็นไปแก่ตนเองและบุคคลในครอบครัว ดังพ่อเฒ่าชาวพวนเล่าว่า

          “เมื่อแต่ก่อนแต่กี้ ปู่ย่าตาทวดเฮาเพิ่นยึดมั่นถือมั่น เพิ่นบ่เฮ็ดเวียะเฮ็ดงานพิเลอทังมวล โผเมก็บ่แตะต้อง เหล็กฆ้องก็บ่ตี เพิ่นกำเพิ่นถือเหลือขนาด”

          (สมัยแต่ก่อนปู่ย่าตาทวดของเรา ท่านยึดมั่นถือมั่น ท่านไม่ทำงานทำการอะไรทั้งหมด ผัวเมียก็ไม่แตะต้องกัน ฆ้องกลองก็ไม่ตี ท่านยึดมั่นถือมั่นอย่างจริงจัง)

 

หินก่ายฟ้า

          บุญเบิกฟ้า, บุญกำฟ้า ยุคดั้งเดิมดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้ว มีพิธีกรรมบริเวณศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเซ่นวักเลี้ยงผีฟ้าผีแถนส่งผ่านหินก่ายฟ้า หรือหินตั้ง เพื่อขอฟ้าเปิดประตูให้ฝนตกลงมาหล่อเลี้ยงพืชพันธุ์ธัญญาหาร

          หินก่ายฟ้า คือแท่งหินหรือแผ่นหินวางซ้อนกัน บางทีเรียก หินตั้ง สมมุติว่าพาดจากดินถึงฟ้า ให้เชื่อมโยงคนบนดินกับแถนบนฟ้าไปมาหากัน โดยผ่านพิธีกรรมเซ่นวักฟ้าแถน (ก่าย แปลว่า ทอด, พาด)

          [หินตั้ง เป็นสิ่งที่คนทำขึ้นในศาสนาผีอย่างน้อย 2,500 ปีมาแล้ว เรียกวัฒนธรรม   หินตั้ง พบทั่วไปในอุษาคเนย์ หลังจากนั้นคนยังทำสืบเนื่องมา จนรับศาสนาจากอินเดียจึงปรับใช้ในศาสนาพุทธ-พราหมณ์]

          หินก่ายฟ้า, หินตั้ง มีเค้ามูลในวรรณกรรมหลายเรื่อง เช่น ตำนานกำเนิดมนุษย์จากน้ำเต้าปุง, นิทานเรื่องขุนบรม, ความโทเมืองของผู้ไทย, ฯลฯ

12months25-12-58 3-1

12months25-12-58 3-2