มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม 2558

 

ประเพณี 12 เดือน

 

เผาข้าว ในรัฐนาฏกรรม

 

          เผาข้าว เดือน 3 จำต้องทบทวนอธิบายใหม่ เพราะมีเงื่อนงำล้ำลึกมากทั้งในแง่ศาสนาผี และศาสนาพราหมณ์-พุทธ จนยากจะลงมติอธิบายความหมายไปทางใดทางหนึ่ง

          ดั้งเดิมดึกดำบรรพ์เป็นพิธีกรรมในศาสนาผี ครั้นรับศาสนาพราหมณ์-พุทธ จากอินเดีย จึงปรับความเชื่อและพิธีกรรมให้เข้ากับศาสนาใหม่ที่รับมา

          1. ศาสนาผี เป็นพิธีขอขมาเจ้าแม่ข้าว ที่คนเอาเคียวเกี่ยวรวงออกจากต้นข้าว ซึ่งเท่ากับประหารด้วยการตัดขาดลำตัวของเจ้าแม่ พิธีขอขมามีเค้าว่าคือสู่ขวัญ

          2. ศาสนาพราหมณ์-พุทธ เป็นพิธีส่งแม่โพสพคืนสวรรค์ชั้นฟ้า หรือที่สถิตถิ่นเดิม โดยปลงด้วยไฟ หลังจุติลงมาบันดาลเม็ดข้าวเลี้ยงมนุษย์แล้ว

 

เผาข้าว ของรัฐนาฏกรรม

          เผาข้าว เท่ากับเผาศพของเทพีแห่งข้าวตามคติพราหมณ์-พุทธ (ที่จดไว้ในเอกสารโบราณ คัดให้อ่านแล้วในฉบับก่อน) เช่น กฎมณเฑียรบาล, ทวาทศมาส โคลงดั้น, ตำราพระราชพิธีเก่า)

          สรุปสาระสำคัญเป็นลำดับขั้นตอนพิธีกรรมได้ดังนี้

          (1.) เผาข้าว เป็นพิธีกรรมทำกลางทุ่งนา (อยู่นอกกำแพงเมือง มีบอกในพระอัยการอาญาหลวง พ.ศ. 1976 มาตรา 130/1)

          (2.) เอารวงข้าวที่เกี่ยวแล้วมัดรวมกันเรียกพนมข้าว โดยสมมติเป็นฉัตร ปักหน้าโรงพิธี และใช้ในพิธีด้วย

          (3.) มีคน 2 พวก สมมติเป็นพวกพระอินทร์ กับพวกตรงข้ามพระอินทร์

          (4.) หัวหน้าพิธีถือพนมข้าวกับเทียนเล่มหนึ่ง เดินนำขุนนางข้าราชการเวียนรอบโรงพิธี เสร็จแล้วเอาเทียนจุดไฟเผาพนมรวงข้าว

          พนมข้าว เป็นสัญลักษณ์ของพระไพสพราช หมายถึง พระมารดาแห่งข้าว, เทพยดาประจำข้าว (ฉันทิชย์ กระแสสินธุ์ อธิบายไว้ในทวาทศมาส โคลงดั้น ฉบับพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2512 หน้า 284) ตรงกับ แม่โพสพ, เจ้าแม่ข้าว, เทพีข้าว

          (5.) คนสองกลุ่ม แย่งพนมรวงข้าว แล้วมีคำทำนาย (ซึ่งจะเป็นไปทางดีเสมอ)

          การละเล่นทั้งหมดไม่เป็นของราษฎร แต่เป็นของรัฐนาฏกรรมเพื่อประโยชน์ทางทางการเมืองการปกครองของยุคอยุธยาหรือก่อนหน้านั้น

 

พิธีเสี่ยงทาย

          เผาข้าวเป็นพิธีเสี่ยงทายที่มีการละเล่น แล้วมีคำทำนายอนาคตของพืชพันธุ์ธัญญาหาร เพื่อเตรียมตัวรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในฤดูทำนาคราวต่อไป (ซึ่งจะเริ่มเดือน 6 ในอีกสามเดือนข้างหน้า) มีในคำอธิบายของ ร.5 ที่สอดคล้องกับตำราพระราชพิธีเก่า ดังนี้

          “พระจันทกุมารเป็นผู้ฉลองพระองค์ออกไปทำการพิธี ตั้งโรงพิธีที่ทุ่งนา เห็นจะเป็นทุ่งหันตราซึ่งเป็นทุ่งนาหลวง มีกระบวนแห่ออกไปเช่นแรกนา แล้วเอารวงข้าวมาทำเป็นฉัตรปักไว้หน้าโรงพิธี พระจันทกุมารนั่งที่โรงพิธี แล้วจึงเอาไฟจุดรวงข้าวที่เป็นฉัตรนั้นขึ้น

          มีคนซึ่งแต่งตัวเสื้อสีเขียวพวกหนึ่ง เสื้อแดงพวกหนึ่ง สวมเทริดท่วงทีจะคล้ายๆ กับอินทร์พรหม หรือโอละพ่อ สมมติว่าเป็นพระอินทร์พวกหนึ่ง พระพรหมพวกหนึ่ง เข้ามาแย่งรวงข้าวกัน ข้างไหนแย่งได้มีคำทำนาย แต่คำทำนายนั้นก็คงจะ——ดีทั้งนั้น”

 

พิธีกรรม

          เผาข้าว (เดือน 3) มีในกฎมณเฑียรบาล (ยุคต้นอยุธยา) เรียกพิธี ธานยเทาะห์ (เป็นภาษาสันสกฤต ธานฺย แปลว่าข้าว กับ เทาะห์ แปลว่าเผา)

          โดยไม่มีบอกรายละเอียดว่าเผาข้าวคืออะไร? ทำยังไง? หมายถึงอะไร? ฯลฯ

          มีเบาะแสว่าเผาข้าว ตรงกับพิธีส่งแม่โพสพ (ซึ่งเชื่อกันว่า เป็นเทพีข้าว หรือเจ้าแม่ข้าว) โดยไม่บอกว่าส่งแม่โพสพไปไหน? อยู่ในทวาทศมาส โคลงดั้น (ยุคต้นอยุธยา) เรียก “ฤดูส่งพระไพสพราช” อ. ฉันทิชย์ กระแสสินธุ์ เคยอธิบายไว้ (ในหนังสือ ทวา ทศมาส โคลงดั้น พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2512 หน้า 287-288) ว่า “ฤดูส่งพระไพ สพราช มาแม่” คือฤดูเสร็จการนวดข้าวและขนข้าวขึ้นยุ้งฉางแล้ว ต่อจากนั้นเอาฟางข้าวไปเผา

          ทวาทศมาสพรรณนาว่ามีพิธีบวงสรวงพนมรวงข้าว มีผู้คนบ่าวสาวเข้าร่วมพิธีแห่ส่งแม่โพสพโดยจุดไฟเผา มีโคลงดังนี้

          อาจารย์รังเริ่มตั้ง                     พนมรวง แม่ฮา

          ถวายสุคนธมาลา                        เรียบร้อย

          รัถยาบ่าวสาวพวง                       พาลแพละ กันนา

          ตามส่งไพสพคล้อย                      คลาดคลา ฯ

          ————————–

          พลแพนร่อนรำฉวาง                    แหนแห่

          เร่งรันลุงลาญไหม้                       ผ่าวทรวง ฯ

          ————————

          เสร็จส่งไพสพสิ้น                    สารสุด

          เพลิงฉี่ใบบัวบง                          เหี่ยวแห้ง

          วาววางกระลาบุษย์                     พนิกาศ

          โอ้อุทรทรวงแล้ง                         ลั่นลิว ฯ

 

เผาข้าว ของ นางนพมาศ

          ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ยังรู้จักพิธีเผาข้าว ดังมีในตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือนางนพมาศ (พระราชนิพนธ์ ร.3) ที่อาจคัดลอกแล้วดัดแปลงจากตำราพระราชพิธีเก่า ได้ความว่า เผาข้าวคือจุดเผาฟางและซังข้าว สมมติเป็นเผาทุ่ง เผาป่า กำจัดเสนียดจัญไร

          มีความในตำรับฯ ว่า “จึงเชิญพระเพลิงออกจุดเผาฟางและซังข้าว สมมุติว่าคลอกทุ่งเผาป่ากันอุปัทวจัญไร”

          แสดงว่าได้ทิ้งความหมายเก่าไปแล้วว่าส่งแม่โพสพ

12 months 18-12-58 4-1

12 months 18-12-58 4-2}