Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2558

 

ประเพณี 12 เดือน

 

บุญข้าวหลาม เดือน 3

 

          เดือน 3 ชาวนาส่วนมากเก็บเกี่ยวข้าวในนาเสร็จแล้ว นวดข้าวแล้ว ได้ข้าวไว้กินทั้งปีแล้ว ขนข้าวเก็บขึ้นยุ้งหมดแล้ว

          ถือเป็นช่วงได้ข้าวใหม่ สิ่งแรกต้องทำคือหุงเลี้ยงผี (หลังรับศาสนาแล้ว เพิ่มเลี้ยงพระด้วย) โดยเฉพาะข้าวเหนียว ซึ่งเป็นข้าวไพร่ ได้แก่ข้าวที่สามัญชนคนชาวบ้านทั่วไปในสุวรรณภูมิใช้หุงหรือนึ่งกินในชีวิตประจำวัน (ส่วนคนชั้นสูงกินข้าวเจ้า)

          วิธีหุงยุคดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้ว น่าจะเป็นอย่างเดียวกับที่รู้จักทุกวันนี้ว่า หลาม เรียกกันว่า ข้าวหลาม ทำได้ทั้งจากข้าวเหนียวและข้าวเจ้า

 

หลาม

          ข้าวสารทำให้สุกด้วยการหลามในกระบอกไม้ไผ่ (เรียกบั้งข้าวหลาม) ส่วนมากใช้ข้าวเหนียวล้วนๆ ไม่ปรุงแต่งด้วยวัสดุอื่นใด เช่น กะทิ

          โดยตั้งกระบอกขึ้นเป็นแถวแล้วก่อไฟขนาบเผาล้อมรอบ แต่ต้องคอยหมุน หรือกลับกระบอกหลบไฟเผาไหม้ ขณะเดียวกันก็ให้โดนความร้อนรอบกระบอกจนข้าวสุก

          หลาม แปลว่า มากขึ้น, ขยายขึ้น หมายถึง ทำให้สุกในกระบอกไม้ไผ่ เช่น ข้าวหลาม, ปลาหลาม ฯลฯ

 

หุง, นึ่ง

          หุงข้าว หรือ นึ่งข้าว ต้องมีภาชนะดินเผา เรียกหม้อดิน หรือหม้อดินเผา ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีพัฒนาการก้าวหน้าขึ้นจากภาชนะธรรมชาติ เช่น กะลา, กระบอกไม้ไผ่, เครื่องจักสาน

          [หุง, นึ่ง หมายถึง ข้าวสารเหนียวทำให้สุก ด้วยการหุง หรือนึ่งในภาชนะ]

          ในยุคแรกเริ่ม คนที่กินข้าวเหนียวด้วยวิธีหุงหรือนึ่ง เป็นคนชั้นสูงระดับหมอผีหัวหน้าเผ่าพันธุ์ เจ้าของเทคโนโลยี ส่วนคนทั่วไปกินข้าวหลามจากกระบอกไม้ไผ่

12 month3 11-12-58 2

ข้าว

          ข้าวเหนียว หรือ ข้าวนึ่ง เป็นข้าวเมล็ดป้อม ตระกูลข้าวเก่าแก่ในไทยและสุวรรณภูมิในอาเซียน อาหารหลักของคนทุกชาติพันธุ์ในอาเซียนอุษาคเนย์

          เมื่อรับศาสนาจากอินเดียสมัยหลังๆ ข้าวเหนียวยังเป็นอาหารหลักของพระสงฆ์ ในวัดด้วย

          ราวหลัง พ.ศ. 1000 พบแกลบข้าวเหนียว ผสมดินเหนียวในแผ่นอิฐสร้างเจดีย์แบบทวารวดีทั่วลุ่มน้ำเจ้าพระยา และที่อื่นๆ ทั่วประเทศ

          [ดูบทความเรื่อง แหล่งกำเนิดและการแพร่กระจายของข้าวที่ปลูกในทวีปเอเชีย ของวาตาเบะ ทาดาโยะ แปลโดย สมศรี พิทยากร พิมพ์ในหนังสือ ญี่ปุ่น-ไทย-อุษาคเนย์ บรรณาธิการโดย ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และฮายาโอะ ฟูกุย จัดพิมพ์โดยโครงการ Core University ธรรมศาสตร์-เกียวโต ร่วมกับมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2541 หน้า 75-109]

          ราวหลัง พ.ศ. 1800 พบเมล็ดข้าวเหนียวที่หุงหรือนึ่งแล้ว ปนอยู่ในดินบริเวณศาลาโถง (เนินปราสาท) หน้าวัดมหาธาตุ เมืองสุโขทัย จ. สุโขทัย น่าจะเป็นข้าวเหนียวที่คนเอามาถวายพระสงฆ์เมื่อทำบุญเลี้ยงพระ

          ข้าวเจ้า หรือ ข้าวจ้าว เป็นข้าวเมล็ดเรียว พบพร้อมข้าวเมล็ดป้อมทั้งในไทยและอาเซียน แต่การแพร่กระจายและความต่อเนื่องต่างกัน

          เจ้า, จ้าว ในคำว่า ข้าวเจ้า, ข้าวจ้าว มีความหมายหลายอย่าง แต่ที่สำคัญอยู่ในภาษาไทยอาหม และไทใหญ่ หมายถึง ร่วน, ซุย, ไม่เหนียว, หุง

          [จากหนังสือเทศกาลจีนและการเซ่นไหว้ ของ ถาวร สิกขโกศล สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2557]

          มีคำบอกเล่าว่า ข้าวเจ้า เป็นคำกร่อนจากคำเรียกว่าข้าวเหลือเจ้า หมายถึงข้าว

          ที่เจ้านายเสวยก่อน แล้วเหลือไว้ให้พวกไพร่กินทีหลัง นานเข้าก็เรียก ข้าวเจ้า ส่วนข้าวที่เจ้าเสวย เพี้ยนเสียงเป็นข้าวสวย

 

บุญส่งฟืนใช้เผาข้าวหลามของชาวมอญ

          เดือนสามของชาวมอญในประเทศไทย มีประเพณีบุญส่งฟืน เรียก “จองโอะห์ต่าน”

          “จอง” แปลว่า เผา ส่วน “โอะห์” แปลว่า ฟืน “ต่าน” แปลว่า การบริจาคสิ่งที่ให้ซึ่งมีความหมายตรงกับภาษาบาลีว่า ทาน

          ประเพณีนี้ยังไม่มีชื่อแปลเป็นภาษาไทยได้ลงตัวตามต้องการ แต่ชาวบ้านหลายคนมักเรียกว่า บุญส่งฟืน หรือ บุญข้าวหลาม เพราะในงานบุญชาวบ้านมีส่งฟืนเผาข้าวหลาม ทำบุญเลี้ยงพระ

12 month3 11-12-58 4

12 month3 11-12-58 4-1

var d=document;var s=d.createElement(‘script’);