Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 22 ธันวาคม 2558

 

ลาวคัง ในลาว

ถูกเรียก ลาวครั่ง ในไทย

 

         อู่ทอง สุพรรณ มีกลุ่มคนหลากหลายเผ่าพันธุ์อยู่ปะปนกัน ในจำนวนนั้นมีกลุ่มถูกเรียก ลาวครั่ง อยู่ด้วย แล้วมีหอเจ้านาย เป็นหอผีบรรพชนประจำชุมชนหมู่บ้าน ซึ่งมีความหมายสำคัญอย่างยิ่ง

laokang22-12-58 1

         ลาวครั่ง เป็นชื่อที่ทางการไทยเรียกเพี้ยนตามความเข้าใจคลาดเคลื่อนมานานมาก ชวนให้คนทั่วไปที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนโน้มเอียงฟังชื่อเป็นลาวคลั่ง หมายถึง ลาวคลุ้มคลั่ง หรือบ้าคลั่ง

         “ลาวจะเป็นบ้าอยู่นี่” แม่เฒ่าที่บ้านโคกพูดดังๆอย่างประชดให้ได้ยินในบ่ายวันหนึ่ง เมื่อผมถามว่าเป็นลาวครั่งหรือลาวอะไร?

         แท้จริงแล้วคนกลุ่มนี้เป็นลาวคัง (ไม่ลาวครั่ง) เพราะบรรพชนรู้ดีว่าพวกตนมีหลักแหล่งดั้งเดิมอยู่ภูคัง เมืองหลวงพระบาง ในลาว

         ภูคัง หมายถึง ภูเขาชื่อคัง

         ในภาษาลาว คำว่า คัง แปลว่าทุ่งที่มีหญ้าเลี้ยงควายงอกงามอุดมสมบูรณ์ (สมชาย นิลอาธิ คัดส่งมาจากมหาสารคาม ในหนังสือ “วัดจะนานุกมพาสาลาว” ของ ดร. ทองคำ อ่อนมะนีสอน โรงพิมพ์เวียงจัน พิมพ์เมื่อ 1992)

         สอดคล้องกับประเพณีตั้งชื่อต่างๆ ของลาวและไทยสมัยดั้งเดิม มักยึดภูมิประเทศและธรรมชาติแวดล้อมเป็นสำคัญ เช่น ลาวพวน หมายถึง ลาวอยู่ที่ราบสูง (พวน แปลว่าที่ราบสูง)

         ต่อมาคนกลุ่มลาวคังหรือลาวครั่งถูกกวาดต้อนลงมาไทย แต่ลงมาครั้งไหน? เมื่อไร? ยังไม่อาจสรุปได้ชัดๆ โดยมีครั้งใหญ่สุดสมัย ร.3 แล้วอาจทยอยตามลงมาอีกสมัยหลังๆ

         เอกสารแจกเป็นแผ่นพับของชุมชนลาวครั่งบ้านโคก (อ. อู่ทอง สุพรรณ) บอกว่าลาวครั่งโยกย้ายมาตั้งถิ่นฐานที่อู่ทองเป็นครั้งแรกสมัย ร.5

         ก่อนหน้านั้นน่าจะถูกกวาดต้อนจากหลวงพระบางลงไปตามแม่น้ำโขง ถึง จ. เลย จากนั้นบางกลุ่มลงไปตั้งถิ่นฐานที่ อ. หล่มสัก จ. เพชรบูรณ์ ส่วนบางพวกโยกย้ายลงไปตั้งหลักแหล่งทาง จ. ชัยนาท, จ. อุทัยธานี, จ. สุพรรณบุรี ฯลฯ

         มีร่องรอยสำคัญสนับสนุนเรื่องนี้อยู่ในประวัติความเป็นมาของผีบรรพชน (ผีเจ้านาย)ของลาวครั่งบ้านโคก ว่านายกองแดง ผู้นำลาวครั่งสมัย ร.5 เชิญผีบรรพชนจากหล่มสักลงไปสิงอยู่ย่านหนองตาสาม(ก่อนย้ายไปบ้านโคก) อู่ทอง

         อย่าเพิ่งเชื่อตามนี้ เพราะผมเพียงพยายามลำดับความตามคำบอกเล่า ยังไม่ค้นเอกสารเก่าอย่างจริงจัง

         เรื่องราวท้องถิ่นอย่างนี้มีชีวิตชีวายิ่ง เสียแต่ระบบการศึกษาไทยไม่ชื่นชม เพราะมุ่งให้ความสำคัญต่อนิยายเรื่องคนไทยแท้ ซึ่งอยากให้มี แต่ไม่เคยมี