มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2558

 

ญี่ปุ่นโมเดล

ต้นแบบเที่ยวอีสาน

 

     “ญี่ปุ่นโมเดล” เป็นต้นแบบกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวอีสาน 20 จังหวัด ที่มีพร้อมในทุกๆด้าน แต่ขาดการออกแบบด้านการท่องเที่ยว นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. บอกผู้สื่อข่าว แล้วอธิบายเพิ่มเติมว่า

     “โดยสร้างจุดขายเน้นขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมที่ไม่ซ้ำใคร รวมทั้งชูจุดเด่นอาหารส้มตำไก่ย่างชื่อดัง ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาลิ้มลองรสชาติที่อีสานเท่านั้น”

     ตามหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี อีสานเป็น “เขตแห้งแล้ง” แอ่งอารยธรรมสำคัญอย่างยิ่งของสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะไทย

     แต่อีสานถูกสร้างภาพทางลบ เช่น แห้งแล้ง, สกปรก, ล้าหลัง ฯลฯ คนอีสานไม่ไทย แต่เป็นพวกลาว, ข่า, ขอม, ขมุเขมร ฯลฯ ซึ่งมีทั้งจริงและไม่จริง

     ส่วนจริง เพราะถูกปล่อยปละละเลยจากรัฐมาหลายร้อยปี ส่วนไม่จริง คือปัจจุบันมีพัฒนาการก้าวหน้ามากแล้ว และที่ว่าไม่ไทยนั้น แท้จริงคือบรรพชนคนไทยสายหนึ่ง

     เดือนที่แล้วผมไปตระเวนอยู่ทุ่งกุลาร้องไห้ แล้วเขียนบอกไว้ว่าต้องกระตุ้นท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทุ่งกุลา จะขอสรุปมาอีกครั้ง ดังนี้

     เที่ยวทุ่งกุลาร้องไห้ได้ทุกฤดูกาล เส้นทางคมนาคมสะดวก ถนนหนทางราดยางดำๆอย่างดี และตัดกันไปมาขวักไขว่ราวใยแมงมุม ครอบคลุมเขตรอยต่อ 5 จังหวัดอีสาน ได้แก่ ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม, สุรินทร์, ยโสธร, ศรีสะเกษ

  1. เที่ยวกึ่งผจญภัย ขายความแห้งแล้งทุ่งกุลา แอ่งอารยธรรม 3,000 ปี

     เมื่อถูกสร้างภาพว่าทุ่งกุลาร้องไห้แห้งแล้งโหดร้าย ก็เอาสิ่งนั้นเป็นจุดขาย

     ทุ่งกุลาร้องไห้ คือแอ่งอารยธรรมสุวรรณภูมิของอุษาคเนย์ เช่นเดียวกับอารยธรรมเก่าแก่ในโลกเกิดบริเวณแห้งแล้งเป็นทะเลทราย เช่น อียิปต์, อาหรับ, เปอร์เซีย, เมโสโปเตเมีย ฯลฯ

  1. เที่ยวนอนกลางดิน กินกลางทราย ขายลมหนาวทุ่งกุลา 3,000 ปี

     ทำเถียงนา, เถียงเหย้า, ตั้งแคมป์ ฯลฯ ในทุ่งกุลา แล้วชวนนักท่องเที่ยวเที่ยวนอนกลางดิน กินกลางทราย ได้ทั้งหน้าหนาว, หน้าแล้ง, หน้าฝน สุดแต่จะพอใจเลือกฤดูไหน?

     เขตทุ่งกุลา เป็นบริเวณ“สะดืออีสาน” ถ้ากระตุ้นไปลุยทุ่งกุลาด้วยคาราวานต่างๆบ่อยขึ้น จะได้แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสุดคลาสสิคตลอดกาลของภูมิภาค} else {