มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2558

 

สะพานเหล็ก

รัฐบาลยังไม่เข็ดหรือ?

          “หลังจากจัดระเบียบสะพานเหล็ก จะเห็นว่าคลองโอ่งอ่างสะอาดสดใสขึ้น แต่ก่อนมองไม่เห็นคลอง เห็นแต่หลังคาสองฝั่งชนกันตรงกลาง”

          พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการจัดพื้นที่ขายของที่สะพานเหล็ก (เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล) ว่าเป็นกังวลเรื่องขายของ

          “ยอมรับว่าการเข้าไปจัดระเบียบดังกล่าวย่อมมีผลกระทบ และต้องนึกถึงประชาชนที่อยู่ตรงจุดนั้นด้วยที่ร้องเรียนมา”

          “หลังการจัดระเบียบนี้รัฐบาลกำลังพิจารณาหาทาง หลังปีใหม่จะเกิดความชัดเจนว่าจะอนุมัติให้ขายของจุดไหนได้บ้าง หรือจะจัดเป็นถนนคนเดิน หรือจะขายเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ หรือจะจัดเป็นตลาดจตุจักร”

          “แต่ถ้าให้ขายตลอดก็จะแงะไม่ออกอีก เซ้งกันต่อๆ มา ผู้ค้ารวย คนเข็นผักจน”

          (มติชน ฉบับวันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2558 หน้า 12)

          ก็รู้อยู่แล้วว่ามีปัญหา และเคยมีแล้ว กว่าจะแก้ไขได้หลายสิบปี เมื่อแก้ไขได้แล้วจะรนหาเรื่องทำเหมือนเดิมทำไมอีก?

          คนธรรมดาทั้งยากจนและพอมีพอกินนับล้านคนใน กทม. ต้องการพื้นที่สาธารณะสองฝั่งคลองโอ่งอ่าง

          คนไทยอีกนับไม่ถ้วนในประเทศไทย ต้องการพื้นที่ประวัติศาสตร์สร้างกรุงเทพฯ ฯลฯ

          ทำไมไม่นึกถึงบ้างล่ะ? คิดแต่จะเอาใจผู้ค้าหยิบมือเดียวแค่นั้นหรือ?

          ผู้ค้าบริเวณสะพานเหล็ก มีผู้คลุกคลีวงการจ่ายใต้โต๊ะอธิบายว่าอาจจำแนกแยกแยะได้ 2 กลุ่มใหญ่ คือ (1.) ผู้ค้าส่วนมากมีกิจกรรมห้างร้านอยู่แล้ว แต่แยกส่วนขยายกิจการค้าย่อยเข้าไปสะพานเหล็ก กับ (2.) ผู้ค้าเร่รายย่อย ซึ่งมีไม่มาก

          แต่คนทั่วไปมักเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าทั้งหมดที่สะพานเหล็กเป็นคนยากจนผู้ค้าเร่ รายย่อย

          กิจการค้าที่สะพานเหล็กอยู่ได้นานหลายสิบปี แล้วต่อเติมอาคารคร่อมคลองอย่างมั่นคงแข็งแรง ไม่ได้เป็นเพราะผู้ค้าทั้งหลายบุกรุกอุกอาจ

          แต่มีที่มาจากนโยบายทางการของเขตและผู้บริหาร กทม. (ที่มาจากการเลือกตั้ง) เพื่อเอาใจผู้ลงคะแนน

          ขณะเดียวกับเจ้าหน้าที่(ของทางการ)ก็ฉวยโอกาสหาส่วนแบ่ง โดยเก็บเล็กผสมน้อยจากผู้ค้าทุกราย

          น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า อยู่ร่วมกันได้นานดังเป็นที่รู้กัน

klomg-on-ong map