Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2558

 

ประเพณี 12 เดือน

ทำขวัญลาน

เดือนยี่ (เดือน 2)

 

          น้ำลดหมดแล้วเมื่อล่วงถึงเดือนยี่ (หรือเดือน 2) ชาวนาลงแขกเกี่ยวข้าวได้สะดวก พร้อมนวดข้าวเอาเมล็ดมากะเทาะเปลือกแล้วหุงกินในชีวิตประจำวัน

          ต้นข้าว มีลำต้นกับรวงเมล็ดข้าวสีเหลืองแก่หรือน้ำตาลแก่ ติดปลายรวงเป็นช่อยาวที่ต้องเกี่ยวหรือตัดไปนวด (หรือตี หรือฟาด) เอาเมล็ดข้าวออกจากรวง

 

เกี่ยวข้าว

          เกี่ยวข้าวโดยทั่วไปใช้เคียวทำด้วยเหล็กตีให้บางด้านหนึ่งจนคมเป็นจักๆ มีปลายโค้งเข้าหากันรูปครึ่งวงกลม

          ต้นข้าวที่เกี่ยวแล้วตั้งแต่โคนถึงปลายรวงเฉลี่ยยาวเกือบวา (ราว 2 เมตร) รวมกันเป็นหอบใหญ่ แล้วถูกมัดโคนด้วยตอกไม้ไผ่ เรียกแต่ละมัดว่าฟ่อน (หรือฟ่อนข้าว) วางกระจายในนาไว้ก่อน รอขนไปนวด

          เมื่อเกี่ยวข้าวหมดแล้ว ชาวนาขนฟ่อนข้าวไปวางรวมกันที่ลานดินแห่งหนึ่งที่เตรียมไว้เป็นวงกลมใกล้หมู่บ้าน หรืออาจในหมู่บ้านก็ได้ เรียกลานนวดข้าว

 

ลานนวดข้าว

          ลานนวดข้าว มีขวัญสิงอยู่ตามความเชื่อในศาสนาผีของบรรพชนคนสุวรรณภูมิอุษาคเนย์ ราว 3,000 ปีมาแล้ว

          ก่อนใช้งานต้องมีพิธีทำขวัญ เรียกทำขวัญลาน หมายถึงทำขวัญลานนวดข้าว แต่ประเพณีลาวลุ่มน้ำโขง เรียกบุญคูนลาน

          ขวัญ คือส่วนที่ไม่เป็นตัวตนของคน, สัตว์, สิ่งของ ซึ่งมีในความเชื่อตรงกันของคนทุกชาติพันธุ์ในอุษาคเนย์ ว่าคนเรามีส่วนประกอบสำคัญอยู่ 2 ส่วน คือส่วนที่เป็นตัวตน ได้แก่ ร่างกาย กับส่วนที่ไม่เป็นตัวตนได้แก่ ขวัญ

          ขวัญมีหน่วยเดียว แต่ฝังกระจายอยู่ทั่วทุกแห่งหรือทุกส่วนของร่างกายตั้งแต่เกิดมามากกว่า 30 แห่ง เช่น ขวัญหัว ขวัญตา ขวัญมือ ขวัญแขน ขวัญขา ฯลฯ และมีความสำคัญมากเท่าๆ กับส่วนที่เป็นตัวตนหรือร่างกาย

          ถ้าขวัญอยู่คู่กับร่างกาย เจ้าของขวัญจะมีความสุขสบาย แต่ถ้าขวัญออกจากร่างกายไป เจ้าของขวัญจะไม่เป็นปกติ อาจเจ็บไข้ได้ป่วยจนถึงตาย

          สัตว์และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและการทำมาหากินของคนล้วนมีขวัญทั้งนั้น เช่น ขวัญวัว ขวัญควาย ขวัญเรือน ขวัญข้าว ขวัญเกวียน ขวัญลานนวดข้าว ขวัญยุ้ง ฯลฯ

          พิธีทำขวัญ (หรือสู่ขวัญ หรือเรียกขวัญ) เป็นพิธีกรรมที่แสดงความผูกพันและความสัมพันธ์ในระบบเครือญาติระหว่างบุคคลกับครอบครัว, บุคคลกับชุมชน, สิ่งของ, และสถานที่ในสังคมเกษตรกรรม

          เมื่อรับศาสนาจากอินเดียแล้ว พิธีทำขวัญอย่างง่ายๆ ในท้องถิ่นก็ถูกปรับเปลี่ยนให้ซับซ้อนขึ้นโดยรับคติพราหมณ์กับพุทธเข้ามาประสมประสาน เช่น มีบายสีและแว่นเวียนเทียนเป็นเครื่องประกอบ และมีหมอขวัญเป็นผู้ชำนาญขับคำร้องขวัญ คือกล่าวเชิญทั้งผีฟ้าพญาแถนและทวยเทพยดามาปลอบขวัญ

          บุญคูนลาน เป็นคำลาวลุ่มน้ำโขง หมายถึงลานที่มีเมล็ดข้าวเปลือกกองอยู่มาก (คูน มีความหมายเดียวกับ พูน แปลว่า ทำให้กองทับถมสูงขึ้น หรือพอกพูนขึ้น)

 

นวดข้าว

          นวดข้าว หมายถึงทำให้เมล็ดข้าวหลุดจากรวง โดยไล่ควายขึ้นย่ำฟ่อนข้าว

          แต่บางท้องที่ใช้ตีข้าว หรือฟาดข้าว โดยชาวนาหยิบต้นข้าวเป็นมัดตีฟาดกับขอบกระด้งใหญ่ให้เมล็ดข้าวหลุด

 

สงฟาง

          เมื่อคะเนว่าเมล็ดข้าวหลุดจากรวงหมดแล้ว ชาวนาร่วมกันสงฟางให้เหลือแต่เมล็ดข้าวเปลือก

          สงฟาง หมายถึงใช้ตะขอไม้ไผ่ เสมือนคันหลาวยาว เขี่ยฟางออกจากเมล็ดข้าว

          สง แปลว่า หยิบหย่งๆ หรือเขย่าให้อีกสิ่งหนึ่งร่วงลง ฟาง แปลว่า ต้นข้าวแห้งที่นวดเอาเมล็ดออกแล้ว

          [เพลงสงฟางของชาวบ้านแต่ก่อน ได้ชื่อจากชาวนาร่วมกันสงฟาง ไม่ได้เล่นเพลงไปสงฟางไป แต่เล่นตอนเสร็จงานสงฟางแล้ว]


ชักกระดาน

          เมื่อสงฟางออกหมดแล้ว จะมีเมล็ดข้าวตกกระจายเรี่ยรายปนเศษผงฟางข้าวเต็มลานนวดข้าว

          ชาวนาต้องร่วมกันใช้ไม้กวาด (จากต้นมอน หรือต้นไม้กวาด) กวาดเมล็ดข้าวไปกองรวมกัน

          แต่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องเอาเชือก 2 เส้น ผูกแผ่นกระดานเป็นสองสาย แล้วช่วยกันลากเอาข้าวเป็นกองพูนสูงขึ้นไป

          [เพลงชักกกระดานของชาวบ้านแต่ก่อน ได้ชื่อจากชาวนาร่วมกันชักกระดานพูนข้าวเป็นกองสูงในลานนวดข้าว ไม่ได้เล่นเพลงขณะชักกระดาน แต่เล่นเมื่องานชักกระดานเสร็จสมบูรณ์แล้ว]

 

ยุ้งข้าว

          เมื่อได้ข้าวเปลือกกองอยู่ลานนวดข้าว ต้องขนเก็บในยุ้งข้าว (บางแห่ง เรียก เยียข้าว, เล้าข้าว) หมายถึงเรือนเก็บข้าวเปลือกไว้กินตลอดปี

          ยุ้งข้าวมีขวัญ ก่อนขนข้าวเปลือกขึ้นยุ้ง ต้องทำขวัญยุ้ง (เช่นเดียวกับทำขวัญลานนวดข้าว)

 

พระราชพิธีนวดข้าว

          คำให้การขุนหลวงหาวัด เล่าถึงนาฏกรรมแผ่นดินพระเจ้าบรมโกศ สรุปดังนี้

          พระเจ้าแผ่นดินอยุธยา เสด็จออกไปนวดข้าวที่ทุ่งหันตรา (หานตรา) และอีกแห่งหนึ่งเรียกสารคู (ไม่ทราบที่ไหน?)

          ได้ฟางข้าวจำนวนหนึ่งขนใส่เกวียน (รันแทะ) และใส่กระบะ (ล้อ) เข้าวัง เอาฟางประดิษฐ์เป็นฉัตรข้าวถวายพระทุกวัด แล้วมีการละเล่นมหรสพฉลองและให้ทาน

weekly20-11-58 3

(ซ้าย) ทำบุญคูนลาน คือทำขวัญลานนวดข้าว (ภาพเก่า) (ขวา) ฟ่อนข้าววางตั้งเรียงเป็นวงกลม บนลานนวดข้าวที่ทำบุญทำขวัญแล้ว รอควายมานวด

(ซ้าย) ทำบุญคูนลาน คือทำขวัญลานนวดข้าว (ภาพเก่า) (ขวา) ฟ่อนข้าววางตั้งเรียงเป็นวงกลม บนลานนวดข้าวที่ทำบุญทำขวัญแล้ว รอควายมานวด

(ซ้าย) ควายนวดข้าว (ภาพของโสมนิมิตต์ พ.ศ. 2512) (ขวา) สงฟางที่ควายนวดข้าวแล้ว (ภาพเก่า) ภาพประกอบทั้งหมด ล้วนเป็นภาพเก่าในช่วงเวลาต่างๆ กัน แต่จัดเก็บไม่เป็นระบบตั้งแต่แรก เลยจำไม่ได้ว่าภาพของใคร? ถ่ายเมื่อไร? ล่าสุดใช้พิมพ์ประกอบหนังสือประเพณี 12 เดือน สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2548

(ซ้าย) ควายนวดข้าว (ภาพของโสมนิมิตต์ พ.ศ. 2512) (ขวา) สงฟางที่ควายนวดข้าวแล้ว (ภาพเก่า)
ภาพประกอบทั้งหมด ล้วนเป็นภาพเก่าในช่วงเวลาต่างๆ กัน แต่จัดเก็บไม่เป็นระบบตั้งแต่แรก เลยจำไม่ได้ว่าภาพของใคร? ถ่ายเมื่อไร? ล่าสุดใช้พิมพ์ประกอบหนังสือประเพณี 12 เดือน สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2548