Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2558

 

สระน้ำเมืองสุโขทัย

ไม่ขุดไว้ลอยกระทง

“ไม่เคยมีหลักฐานใดๆ ในประวัติศาสตร์สุโขทัย ว่าการลอยกระทงเป็นประเพณีรื่นเริงของชุมชนซึ่งตั้งหลักแหล่งอยู่ในที่แล้งน้ำโดยธรรมชาติ จนต้องจัดระบบหาทางนำน้ำมาใช้”

[ธิดา สาระยา : การอนุรักษ์สุโขทัยฯ ในวารสารเมืองโบราณ ปีที่ 13 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม-กันยายน 2530 หน้า 22]

สุโขทัย เมืองแล้งน้ำ ตั้งบนที่ดอนเชิงเขา จึงต้องขุดตระพังเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง

ตระพังในเมืองเก่าสุโขทัย เป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดกับวัง เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ได้ขุดไว้ลอยกระทง หรือเผาเทียนเล่นไฟ

เพราะลอยกระทง เป็นประเพณีของบริเวณที่ราบลุ่ม มีน้ำไหล ไม่ลอยน้ำนิ่งในสระ

ฝูงนางนพมาศลอยกระทงลงในตระพัง (สระน้ำ) และเผาเทียน เล่นไฟ ประเพณีประดิษฐ์ที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย กรมศิลปากรเริ่มจัดครั้งแรกราว พ.ศ. 2520

ฝูงนางนพมาศลอยกระทงลงในตระพัง (สระน้ำ) และเผาเทียน เล่นไฟ ประเพณีประดิษฐ์ที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย กรมศิลปากรเริ่มจัดครั้งแรกราว พ.ศ. 2520

“การเสริมสร้างประเพณีใหม่ๆ ขึ้น ณ แหล่งโบราณสถาน เพื่อวัตถุประสงค์ทางการท่องเที่ยว เช่น การจัดลอยกระทงที่สุโขทัย มิใช่ความผิด——-”

          “แต่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรได้ตระหนักถึงความจริงทางประวัติศาสตร์ที่เราต้องรับผิดชอบส่งต่อให้สาธารณชน ว่าประเพณีนี้ที่สุโขทัยเป็นของปรุงแต่งขึ้นในปัจจุบันนี้เท่านั้น” นักวิชาการจำนวนมากเตือนไว้นานแล้ว

ประเพณีพิธีกรรมประดิษฐ์ใหม่ หรือสร้างใหม่ได้เรื่อยๆ ตามต้องการของรัฐและชุมชน แต่ละยุคสมัยของตน

ถ้าไม่เป็นที่นิยมยกย่อง แล้วไม่มีใครทำตาม ก็เลิกราล้มหายไปเอง จนกว่าจะมีสิ่งประดิษฐ์ใหม่มาแทน

แต่ต้องบอกความจริงต่อสังคมว่าเป็นประเพณีประดิษฐ์ เป็นสิ่งสร้างใหม่ โดยไม่หลอกให้เชื่อว่าเป็นสิ่งมีมาเก่าแก่แต่ดั้งเดิม โดยพระเจ้าแผ่นดินยุคโน้นนี้นั้น

 

ลอยกระทง เริ่มมีครั้งแรก สมัย ร.3

ลอยกระทงที่ทำสืบเนื่องถึงทุกวันนี้ เริ่มมีครั้งแรกสมัย ร.3 ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ (ผู้รู้ประเพณีจีน เชื่อว่าได้แนวคิดจากจีน แต่ยังไม่ได้แสดงหลักฐาน)

แล้วสร้างคำอธิบายใหม่ให้ดูสมจริงเรื่องนางนพมาศ โดยอ้างอิงฉากย้อนยุคถึงสุโขทัย ซึ่งแต่งได้ไม่ยาก เช่น อิเหนาเป็นเรื่องในชวา แต่สมมุติฉากจากกรุงเทพฯ

หลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีไม่สนับสนุนคำอธิบายที่สร้างใหม่ [รายละเอียดมีในหนังสือ ไม่มีนางนพมาศ ไม่มีลอยกระทง สมัยสุโขทัย (สุจิตต์ วงษ์เทศ บรรณาธิการ) สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งที่สาม พ.ศ. 2545] จะสรุปมาดังนี้

1. นางนพมาศเป็นหนังสือมีนิยายแต่งใหม่สมัย ร.3 โดยใช้ฉากเมืองสุโขทัย ยุคพระร่วง แต่บทพรรณนาบรรยากาศทั้งหมดเป็นกรุงเทพฯ สมัย ร.3 สอดคล้องกับวรรณกรรมอื่นๆ ยุคเดียวกัน เช่น นิราศเดือน ของเสมียนมี กวีร่วมสมัยสุนทรภู่

          นางนพมาศเป็นหนังสือคู่มือลูกสาวผู้ดีที่ถวายตัวเข้ารับราชการในวัง เป็นสนมนางบำเรอ

2. ลอยกระทง สมัยกรุงเทพฯ สืบจากลอยโคมในน้ำไหล สมัยอยุธยา ซึ่งมีพัฒนาการจากพิธีกรรมขอขมาน้ำและดิน ยุคดึกดำบรรพ์ มีหลักฐานจำนวนมาก

3. ลอยกระทง มีรากเหง้าเนื่องในศาสนาผี ไม่พุทธ แต่สมัยหลังโยงให้เกี่ยวกับพุทธ

          ถ้าอยากเชื่อว่าลอยกระทงมีแล้วตั้งแต่ยุคสุโขทัย ต้องตอบคำถามอย่างมีหลักฐานวิชาการประวัติศาสตร์โบราณคดี (ไม่ลอยๆเป็นโคมลอย) ให้ได้ด้วย ว่า

ตระพัง (สระน้ำ) ในเมืองเก่าสุโขทัย คนยุคสุโขทัยขุดไว้ใช้ลอยกระทงแน่หรือ? จารึกพ่อขุนฯ ทำขึ้นยุคสุโขทัยจริงหรือ?