มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 18 พฤศจิกายน 2558

 

ดีใส่ตัว ชั่วใส่คนอื่น

         โดยทั่วไปแล้วปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น มีเหตุได้ทั้งจากภายในและภายนอก

         แต่สังคมไทยมักด่วนโทษภายนอก แล้วไม่พิจารณาภายใน เสมือน “เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น”

         พระไพศาล วิสาโล (เจ้าเอาวาสวัดป่าสุคะโต อ. แก้งคร้อ จ. ชัยภูมิ) เคยเขียนประเด็นนี้ เผยแพร่ในเฟซบุ๊ก (ตั้งแต่ พ.ศ. 2556) คราวเกิดความขัดแย้งรุนแรงในพม่า ระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิม แล้วชาวพุทธมักกล่าวโทษชาวมุสลิม โดยไม่พิจารณาข้อบกพร่องผิดพลาดของตนเอง จะยกใจความสำคัญมาดังนี้

         “เรือล่มเพราะต้นหน (หาใช่เพราะลมพายุไม่) เป็นอุปมาของพระพุทธองค์ที่ชี้ว่า ความเสื่อมโทรมของพระศาสนานั้นเกิดจากปัจจัยภายในมากกว่าปัจจัยภายนอก

         หากผู้คนจะนับถือศาสนาพุทธน้อยลงเพราะไปนับถือศาสนาอิสลามมากขึ้น ก็ไม่ควรโทษชาวมุสลิมว่ามาแย่งชิงชาวพุทธไป แต่ควรกลับมามองตนเองเราชาวพุทธได้ทำหน้าที่ของตนเองดีแล้วหรือ

         การมัวแต่โทษคนอื่นจนถึงกับลงไม้ลงมือทำร้ายเขา ฆ่าเขา เผาบ้านเรือนและศาสนสถานของเขา เท่ากับประจานตนเองว่าไม่ได้ปฏิบัติตามคำสอนในศาสนาของตนเองเลย และยิ่งทำให้ผู้คนเสื่อมศรัทธาในพุทธศาสนามากขึ้น ซึ่งก็คือการผลักไสให้เขาไปหาศาสนาอื่น หรือไม่มีศาสนาเสียเลย”

         ความเป็นไทยและความเป็นชาวพุทธในด้านศิลปวัฒนธรรม, ประวัติศาสตร์โบราณคดี, นาฏศิลป์และดนตรีไทย ฯลฯ ก็เช่นเดียวกัน

         คนฝูงหนึ่งมักคลุ้มคลั่งกล่าวโทษเยาวชนและคนบางกลุ่มไม่พิทักษ์รักษาวัฒนธรรมไทย เพราะไปหลงใหลวัฒนธรรมต่างชาติ

         แล้วพาลโทษวัฒนธรรมต่างชาติรุกรานวัฒนธรรมไทย เช่น ยุโรป, อเมริกา, ญี่ปุ่น, เกาหลี ฯลฯ

         โดยไม่พิจารณาปัจจัยภายในของความเป็นไทยเหล่านั้น ได้แก่ ลักษณะพ้นสมัยและต่อต้านประชาธิปไตย (ซึ่งต้องเก็บเข้ามิวเซียม เป็นหลักฐานประวัติศาสตร์ ไม่ออกมาเพ่นพ่าน)

         ปัจจัยภายในยังรวมทั้งพวกคลั่งไทยไม่มีกาละเทศะ ตะบี้ตะบันแสดงตนอ้างความเป็นไทย โดยบังคับขับไสให้คนอื่นทำตามที่ตนต้องการ เพื่อหวังประโยชน์เฉพาะหน้าของตนจากการประจบประแจงผู้มีอำนาจวาสนา

         “สนิมเกิดแต่เนื้อ ในตน” แต่เพื่อความเป็นไทย และความเป็นชาวพุทธ ต้องโทษคนอื่นไว้ก่อน