Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2558

 

ปิดประเทศทางปัญญา

          “ปิดประเทศทางปัญญา” เป็นวลีใหม่แทงใจดำอย่างยิ่ง ที่สร้างสรรค์โดย อ. สิริกร มณีรินทร์ (อดีต รมต.ช่วยศึกษาธิการ) โพสต์ข้อความตอนหนึ่งผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว

          กรณีมีข่าวจะยุบองค์การมหาชนสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ อาทิ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ทีซีดีซี), อุทยานการเรียนรู้ (ทีเคปาร์ค) และมิวเซียมสยาม ข้อความตอนหนึ่งระบุว่า

          “นี่คือสัญญาณว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการปิดประเทศทางปัญญาใช่หรือไม่”

          “ขอน้อมตั้งคำถามที่อยากได้คำตอบ ว่าท่านจะพาประเทศไทยไปไหน มีประเทศใดในโลกบ้างที่ทุบห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ทิ้ง”

          “ขอฝากให้คณะทำงานของรัฐบาลดูตัวอย่างของประเทศเช่นสิงคโปร์ เกาหลี ญี่ปุ่น ว่า รัฐบาลทุบหรือสร้าง ห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์คู่ขนานกับการปฏิรูปการศึกษาเพื่อสร้างขีดความสามารถให้ประชาชน”

          “ดิฉันเห็นด้วยว่าควรปรับปรุงองค์การมหาชนทั้งมวล โดยทบทวนภารกิจที่ซ้ำซ้อน ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ แต่การทุบทิ้งนั้นเป็นไปเพื่อสนองประโยชน์ส่วนบุคคลหรือส่วนรวมกันแน่”

          (มติชน ฉบับวันอังคาร 10 พฤศจิกายน 2558 หน้า 14)

 

เลือกเอาเอง ปิด หรือเปิด?

          รัฐราชการเผด็จการ ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสู่ประชาธิปไตยสากล (พากันต่อต้านการเลือกตั้งมาก่อนแล้ว)

          ดังนั้น ระบบการศึกษาจึงเน้นห้องเรียนที่มีครูชี้นิ้วสั่งสอนให้ท่องจำตามครู แล้วต่อต้านการสั่งสมความรู้ความเข้าใจนอกห้องเรียนด้วยกลวิธีต่างๆที่สร้างสรรค์

          นอกจากนั้นหน่วยงานของรัฐราชการเผด็จการ ยังต่อต้านความคิดสร้างสรรค์ด้วย เช่น หอสมุดแห่งชาติ, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ฯลฯ จึงมีผลงานวิชาการล่าสุดเป็นพยานหลักฐานประจานตนเอง ได้แก่หนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย

          ทีซีดีซี, ทีเคปาร์ค, มิวเซียมสยาม ไม่ถูกจริตรัฐราชการเผด็จการ เพราะเป็นแหล่งแบ่งปันความรู้สร้างสรรค์ ที่สนับสนุนให้เกิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ด้วยลักษณะสร้างบรรยากาศและกิจกรรมสั่งสม ไม่สั่งสอน

          ที่สมควรได้รับงบประมาณและทุนสนับสนุนเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า ควบคู่กันไประหว่างทีเคปาร์คกับมิวเซียมสยาม เพื่อให้มีกิจกรรมสร้างสรรค์สม่ำเสมอตลอดปี แล้วกระจายสู่สาธารณชนทั่วประเทศ เพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในอนาคต

          แน่นอนต้องปรับปรุงใหม่การบริหารจัดการให้ดีกว่าที่เป็นอยู่นี้

          กำเนิดขององค์การมหาชนกลุ่มนี้ มาจากความคิดแหกคอกนอกกรอบจากหน่วยงานของราชการเดิมที่ย่อหย่อนอ่อนด้อยประสิทธิภาพ โดยสร้างหน่วยงานอิสระขึ้นใหม่ด้วยวิธีคิดและวิธีทำอย่างมีความเป็นสมัยใหม่

          ปัญหาอยู่ที่การประเมินตัดสินงานขององค์การมหาชน 3 แห่งดังกล่าว ทำโดยกลุ่มบุคคลที่มีทัศนะแบบรัฐราชการเผด็จการ มองแต่ประโยชน์เฉพาะหน้าอย่างเป็นทางการที่จับต้องได้เป็นกอบเป็นกำปลอมๆ

          เลือกเอาเอง ไทยต้องการอย่างไหน? เปิดประเทศทางปัญญา หรือ ปิดประเทศทางปัญญา