Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2558

 

ประเพณี 12 เดือน

เดือนอ้าย

ขึ้นฤดูกาลใหม่

(ขึ้นปีใหม่สุวรรณภูมิ)

 

         เดือนอ้าย ราวหลังกลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นช่วงขึ้นฤดูกาลใหม่ เทียบปัจจุบันคือขึ้นปีใหม่ของชุมชนดึกดำบรรพ์สุวรรณภูมิในอุษาคเนย์

         [สงกรานต์ อยู่ในเดือนห้าทางจันทรคติ เป็นช่วงเปลี่ยนราศีตามปฏิทินสุริยคติ จากราศีมีนสู่ราศีเมษ (ถือเป็นมหาสงกรานต์) เทียบสากลเป็นขึ้นปีใหม่ของอินเดีย แต่ไทยและเพื่อนบ้านรับสงกรานต์จากอินเดีย แล้วต่างเหมาเป็นขึ้นปีใหม่ของตน]

 

เดือนอ้าย

         เดือนอ้าย แปลว่า เดือนที่หนึ่ง หรือเดือนแรกของ 12 เดือน (ใน 1 ปี) ตามปฏิทินจันทรคติ

         หมายถึงเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ เริ่มปีนักษัตรใหม่ ตั้งแต่ลอยกระทง เดือน 12 (เมื่อเทียบปฏิทินสากลทางสุริยคติ จะอยู่ราวหลังกลางเดือนพฤศจิกายน ต่อเนื่องถึงเดือนธันวาคม)

         ปีนักษัตร ได้แก่ ชวด, ฉลู, ขาล, เถาะ ฯลฯ มีรูปประจำปีเป็นสัตว์ต่างๆ เช่น ชวด หนู, ฉลู วัว, ขาล เสือ, เถาะ กระต่าย ฯลฯ

         เป็นวัฒนธรรมจากตะวันออกกลาง (ไม่มีในอินเดีย) เช่น อิหร่าน (เปอร์เซีย) ผ่านไปทางจีน เข้าสู่อุษาคเนย์ ถึงไทย

duan ai 16-10-58 2

อ้าย

         อ้าย ในภาษาไทยแปลว่าหนึ่ง เป็นคำเรียกลำดับและนับจำนวนที่เป็นเพศชาย

         ในภาษาไทยมีใช้ต่างกันเมื่อเรียกลูกสาวกับลูกชาย เรียงลำดับลูกสาวว่า เอื้อย อี่ อ่าม ไอ อัว อก เอก แอก เอา อัง ฯลฯ ลูกชายว่า อ้าย ญี่ สาม ไส งัว ลก เจด แปด เจ้า จ๋ง ฯลฯ

         [คำว่า อ้าย แผลงเป็น ไอ้ เช่น ไอ้เบิ้ม, ไอ้ห่า ฯลฯ คำว่า อี่ แผลงเป็น อี เช่น อีบัว, อีดอกทอง ฯลฯ]

         เดือน เป็นคำเรียกดวงจันทร์ ที่ทำให้มีน้ำขึ้น-น้ำลง หล่อเลี้ยงพืชพันธุ์ธัญญาหาร

         ดวงจันทร์เห็นได้ชัดตอนกลางคืน เรียกว่าค่ำ มีความเปลี่ยนแปลงเรียกเดือนขึ้น (หรือข้างขึ้น) สลับกับเดือนแรม (หรือข้างแรม) รวมกันได้ราว 30 วันบางครั้ง 31 วัน คนเราเลยยอมรับเรียกชื่อเวลาทั้งหมดว่าเดือนหนึ่ง หรือหนึ่งเดือน

         คำว่าเดือนจึงหมายถึงระยะเวลา 30-31 วันตามจันทรคติ (แปลว่า คติที่มีดวงจันทร์เป็นแกนกลาง)

         ปี หมายถึง ช่วงเวลาที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ครั้งหนึ่งประมาณ 365 วัน แบ่งเป็น 12 เดือน

         คนแต่ก่อนไม่เรียกปี แต่เรียกเข้า (ที่ปัจจุบันเสียงเป็นข้าว) ตามการเพาะปลูกทางกสิกรรม ทำนาปลูกข้าวแล้วได้ข้าวปีละครั้ง

 

ภาคเหนือเร็วกว่าภาคกลาง

         เดือนอ้ายของล้านนาอยู่ทางเหนือ เริ่มก่อนภาคกลาง 2 เดือน (ขณะนั้นภาคกลางยังเป็นเดือน 11)

         เมื่อภาคกลางถึงเดือน 12 มีลอยกระทง แต่ทางภาคเหนือเป็นเดือนยี่ (เดือน 2) แล้ว จึงเรียกคืนวันเพ็ญลอยกระทงว่ายี่เป็ง (เป็ง คือ เพ็ญ)

         เหตุที่ภาคเหนือเรียกประเพณีลอยกระทงว่ายี่เป็ง ก็เพราะรับพิธีลอยกระทงขึ้นไปจากภาคกลาง (ที่มีในกลางเดือน 12) เลยต้องปรับกำหนดให้ตรงกับภาคกลางด้วย

         แต่ขณะนั้นภาคเหนือเป็นเดือนยี่แล้ว จึงเรียกลอยกระทงว่ายี่เป็ง หมายถึง เพ็ญเดือนสอง (ไม่ใช่เพ็ญเดือนสิบสอง)

         พอภาคกลางเริ่มปีใหม่เดือนอ้าย ทางภาคเหนือก็เข้าเดือนสามแล้ว

         มีเหตุจากประเทศไทยมีพื้นที่เป็นรูปยาวตั้งแต่เหนือลงใต้ ทำให้แต่ละพื้นที่รับมรสุมไม่พร้อมกันจากมหาสมุทร

         ภาคเหนือรับมรสุมก่อนภาคกลางและภาคใต้ ฝนจึงตกทางภาคเหนือแล้วเริ่มฤดูทำนาก่อนภาคกลางและภาคใต้

         เป็นเหตุให้ข้าวทางภาคเหนือออกรวงสุกเต็มที่ ต้องเก็บเกี่ยวก่อนภาคกลางและภาคใต้ โดยเฉลี่ยราว 60 วัน หรือ 2 เดือน

ช่วงเดือนอ้าย ในทุ่งนาลุ่มน้ำเจ้าพระยา สมัย ร.5 เม็ดข้าวเริ่มสุกเหลืองเต็มรวงรอเวลาเก็บเกี่ยว (ภาพจาก หอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

ช่วงเดือนอ้าย ในทุ่งนาลุ่มน้ำเจ้าพระยา สมัย ร.5 เม็ดข้าวเริ่มสุกเหลืองเต็มรวงรอเวลาเก็บเกี่ยว (ภาพจาก หอจดหมายเหตุแห่งชาติ)