Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2558

 

ประเพณี 12 เดือน

ลอยกระทง

มีครั้งแรก สมัย ร.3

 

     ลอยกระทงที่ทำสืบเนื่องถึงทุกวันนี้ เป็นประเพณีสร้างใหม่สมัย ร.3 ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์

     แล้วสร้างคำอธิบายใหม่โดยอ้างอิงย้อนหลังถึงยุคสุโขทัย 3 เรื่อง ดังนี้

     1. นางนพมาศ ริเริ่มประดิษฐ์กระทงทำจากใบตอง (กล้วย) ก่อนหน้านั้นไม่มี

     2. พระร่วงเจ้ากรุงสุโขทัย ทรงลอยกระทงครั้งแรก ก่อนหน้านั้นไม่มี

     3. ลอยกระทง เนื่องในศาสนาพุทธ เพื่ออุทิศบูชาพระพุทธบาทซึ่งประดิษฐานยัง นัมมทานที

     แต่หลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีไม่สนับสนุนคำอธิบายทั้ง 3 เรื่องนั้น[รายละเอียดมีในหนังสือ ไม่มีนางนพมาศ ไม่มีลอยกระทง สมัยสุโขทัย (สุจิตต์ วงษ์เทศ บรรณาธิการ) สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2530] จะสรุปมาดังนี้

     1. นางนพมาศเป็นหนังสือมีนิยายแต่งใหม่สมัย ร.3 เป็นคู่มือลูกสาวผู้ดีที่ถวายตัวเข้ารับราชการในวัง เป็นสนมนางบำเรอ

     2. ลอยกระทง สมัยกรุงเทพฯ สืบจากลอยโคมในน้ำไหล สมัยอยุธยา ซึ่งมีพัฒนาการจากพิธีกรรมขอขมาน้ำและดิน ยุคดึกดำบรรพ์

     3. ลอยกระทง มีรากเหง้าเนื่องในศาสนาผี

 

ขอขมาธรรมชาติในศาสนาผี

     ลอยกระทง เป็นประเพณีประจำฤดูกาลสืบเนื่องจากพิธีกรรมในศาสนาผี เพื่อขอขมาเจ้าแม่ที่สิงอยู่ในน้ำและดิน (ก็คือขอขมาธรรมชาติ) ปีละครั้ง

     เหตุที่ต้องขอขมาก็เพราะคนเราได้ล่วงเกินและดื่มกินข้าวปลาอาหารเลี้ยงชีวิตตลอดปีจากน้ำและดิน

     เจ้าแม่ คือ ผีน้ำ ผีดิน ที่สิงอยู่ในน้ำและดิน บางทีเรียกว่าผีเชื้อ แต่คนบางกลุ่มออกเสียงเป็นผีเสื้อ (คำว่าเชื้อ ออกเสียงเป็น เสื้อ)

     มีร่องรอยอยู่ในคำสอนของพวกไทดำ (ในเวียดนาม) ว่า “กินข้าวอย่าลืมเสื้อนา กินปลาอย่าลืมเสือน้ำ”

     “กินข้าว อย่าลืมเสื้อนา” หมายความว่าเมื่อกินข้าวอย่าลืมผีเจ้าแม่ที่สิงอยู่ในท้องนา ซึ่งปลูกข้าวเติบโตออกรวงมีเมล็ดให้คนกิน

     “กินปลา อย่าลืมเสื้อน้ำ” หมายความว่าเมื่อกินปลาก็อย่าลืมผีเจ้าแม่ที่สิงอยู่ในน้ำ

 

กัมพูชามีนานแล้ว

     พิธีกรรมขอขมาธรรมชาติในศาสนาผี มีในราชสำนักกัมพูชามาก่อนนานแล้ว ก่อนยุคสุโขทัย

     หลักฐานอยู่ในภาพสลักปราสาทบายน ราว พ.ศ. 1750 เป็นรูปเจ้านาย, ขุนนาง, และนางใน ฯลฯ ลงเรือทำพิธีกรรมขอขมา มีภาชนะอย่างหนึ่งคล้ายกระทงบรรจุเครื่องเซ่น

 

ฤดูกาล

     ลอยกระทง เป็นประเพณีคาบเกี่ยวระหว่างเดือน 12 (สิ้นฤดูกาลเก่า) กับเดือนอ้าย (ขึ้นฤดูกาลใหม่)

     ดังนั้น ลอยกระทงจะว่าเป็นประเพณีสิ้นฤดูกาลเก่าก็ได้ หรือจะว่าขึ้นฤดูกาลใหม่ก็ได้ เพราะเปลี่ยนปีนักษัตร (ชวด, ฉลู, ขาล, เถาะ ฯลฯ) ในช่วงเวลานี้

     จะเทียบว่าปีเก่า, ปีใหม่ ก็ได้ แต่ไม่ควรยึดถือจริงจังว่าปีเก่า, ปีใหม่ เพราะเป็นคำในวัฒนธรรมสังคมสมัยใหม่ตามแบบแผนตะวันตก ซึ่งไม่มีในสังคมตะวันออกยุคก่อนๆ

     ฤดูกาลเก่ากับฤดูกาลใหม่ ไม่แบ่งเป็นเส้นตรงตายตัวเหมือนขีดด้วยไม้บรรทัด

     แต่เป็นที่รับรู้จากความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติของน้ำ ตั้งแต่เดือนสิบเอ็ด เดือนสิบสอง ต่อเนื่องถึงเดือนอ้าย เดือนยี่ (เดือนที่หนึ่ง เดือนที่สอง) ดังมีกลอนเพลงของชาวบ้านดั้งเดิมร้องเล่นทั่วไปว่า

     เดือนสิบเอ็ดน้ำนอง     เดือนสิบสองน้ำทรง

     เดือนอ้ายเดือนยี่         น้ำก็รี่ไหลลง

 พิธีกรรมขอขมาธรรมชาติ  เจ้าแม่ของน้ำและดิน เป็นแบบแผนศักดิ์สิทธิ์มีในราชสำนักกัมพูชา ตั้งแต่เก่อน พ.ศ. 1750 หรือก่อนยุคสุโขทัย ลายเส้นจำลองจากภาพสลักที่ปราสาทบายน (ฝีมือ ธัชชัย ยอดพิชัย)

พิธีกรรมขอขมาธรรมชาติ เจ้าแม่ของน้ำและดิน เป็นแบบแผนศักดิ์สิทธิ์มีในราชสำนักกัมพูชา ตั้งแต่เก่อน พ.ศ. 1750 หรือก่อนยุคสุโขทัย ลายเส้นจำลองจากภาพสลักที่ปราสาทบายน (ฝีมือ ธัชชัย ยอดพิชัย)

ภาพสลักขอขมาธรรมชาติ บนผนังระเบียงด้านนอก บริเวณมุมผนังด้านทิศใต้มุมตะวันออกของปราสาทบายน (ถ่ายภาพโดย วรรณิภา สุเนต์ตา)

ภาพสลักขอขมาธรรมชาติ บนผนังระเบียงด้านนอก บริเวณมุมผนังด้านทิศใต้มุมตะวันออกของปราสาทบายน (ถ่ายภาพโดย วรรณิภา สุเนต์ตา)

สมุดไทยดำเรื่องนางนพมาศ ฉบับเจ้าพระยารัตนบดินทร์ มอบให้หอพระสมุดวชิรญาณ ซึ่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธุ์ รับสั่งว่าเป็นลายพระหัตถ์ ร.3

สมุดไทยดำเรื่องนางนพมาศ ฉบับเจ้าพระยารัตนบดินทร์ มอบให้หอพระสมุดวชิรญาณ ซึ่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธุ์ รับสั่งว่าเป็นลายพระหัตถ์ ร.3