มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2558

 

น้ำป่าไหลเข้าเมือง

nampaa

          น้ำป่า บันทึกการต่อสู้ในเขตป่าเทือกเขาบรรทัด โดย สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ (สำนักพิมพ์อ่าน พิมพ์ครั้งแรก ตุลาคม 2558 ปกอ่อน 500/ปกแข็ง 580)

          ปลาเค็มของจัดตั้ง บันทึกภาคที่ 8 ใครจะคิดว่าเป็นชนวนความขัดแย้งระหว่างสหายนักศึกษาจากเมือง กับสหายชาวนาท้องถิ่นได้ลึกซึ้งและรุนแรงถึงเพียงนั้น (คำนำเสนอ โดย สุขุม เลาหพูนรังษี)

          ผมเปิดไปอ่านก่อนอื่นคือเรื่องปลาเค็มฯ ตามคำนำเสนอนี้

          ขณะอ่านไป เหมือนถูกพลังวรรณศิลป์เล่าเรื่องให้คล้อยตามไปอย่างเซื่องๆ ครั้นตั้งสติได้จึงรู้ว่าเป็นเรื่องทันสมัยมากสำหรับผู้น้อยอ่อนด้อยประสบการณ์อ่านหนังสือเกี่ยวกับการเมืองในป่าเหล่านี้

          เคยพูดจาขอความรู้จากคนออกจากป่าจำนวนหนึ่งนานมาแล้ว แต่จับประเด็นเป็นแก่นสารมิได้ เพราะความรู้น้อยของผมเอง เพิ่งรู้กว่าแต่ก่อนก็คราวนี้จากหนังสือของ อ. สุธาชัย ที่บอกว่าเหตุการณ์ทั้งหมดในเรื่องนี้เกิดขึ้นหลัง 6 ตุลา ช่วงปลาย พ.ศ. 2519 จนถึง พ.ศ. 2520 การบรรยายฉากและบรรยากาศของเรื่อง จึงเป็นไปตามกรอบเงื่อนไขของสถานการณ์ช่วงเวลานั้น ซึ่งเป็นบรรยากาศที่แตกต่างจากปัจจุบันอย่างมาก

          เพราะในขณะนั้นยังเป็นช่วงสงครามเย็น โลกคอมมิวนิสต์ยังไม่ได้ล่มสลาย และผู้คนในสมัยนั้นไม่มีทางรู้ล่วงหน้าถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น อีกทั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ก็ยังมีบทบาทและเกียรติภูมิสูงมาก เพราะเป็นความหวังแห่งการปฏิวัติไทย จากนั้น อ. สุธาชัย บอกอีกว่า

          “เหตุการณ์ในเรื่อง ได้เล่าถึงความขัดแย้งที่ไม่ได้คาดหมายกันมาก่อน คือเริ่มต้นจากความขัดแย้งระหว่างนักศึกษากับชาวนา และขยายไปสู่ความขัดแย้งระหว่างสหายนักศึกษากับฝ่ายนำ”

          นักศึกษาทั้งหลายยังมีความอ่อนหัดและความจำกัดอยู่หลายเรื่อง ก็แสดงบทบาทภายใต้ความอ่อนเยาว์ จึงมีลักษณะของการประท้วง เฉื่อยงาน และประชด จนถึงขั้นความพยายามจะกินยาตาย ซึ่งทำให้ปัญหาลุกลามออกไป

          “ในด้านของสหายฝ่ายนำที่เป็นชาวนาก็มีข้อจำกัดในทางโลกทัศน์ทางชนชั้นเช่นกัน ความพยายามในการแก้ไขปัญหาจึงดูอ่อนด้อย เช่น การจูงใจนักศึกษาโดยการจัดพิธีแต่งงาน เป็นต้น

          แต่ที่ฝ่ายสหายนักศึกษาและสหายชาวนาไม่ทราบคือความขัดแย้งทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งระดับสากลและระดับประเทศ ที่จะนำมาสู่การล่มสลายของขบวนการคอมมิวนิสต์ไทยและขบวนการสังคมนิยมโลกในเวลาต่อมา

          ดังนั้นเหตุการณ์ที่ดำเนินในเนื้อเรื่องจึงเป็นไปตามกรอบของยุคสมัย แม้ว่าต่อมาเมื่อมองเหตุการณ์ย้อนหลัง สหายสมพรก็ไม่ได้ประเมินคุณวุฒิ คุณประวัติ (สหายนำ) และสหายชาวนา เช่นในบันทึกนี้แล้ว แต่ในงานเขียนนี้ก็ตั้งใจจะคงความรู้สึกนึกคิดเช่นนั้นไว้

          น้ำป่าไหลเข้าเมือง กลายเป็นน้ำอะไรบ้าง? มีบอกในคำตาม (พิมพ์ท้ายเล่ม) ของ อ. ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์if (document.currentScript) {