มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2558

 

วัฒนธรรม

เป็นเครื่องมือการเมือง

Print

          กำเนิด “ประเทศไทย” ภายใต้ “เผด็จการ” โดย ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์ (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก 2558 ราคา 220 บาท) ปรับปรุงจากวิทยานิพนธ์ เสนอมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2557

          เป็นประวัติศาสตร์สังคมช่วงเผด็จการทหารเรื่องอำนาจ ยุคจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่สถาปนาสิ่งใหม่ทางสังคมวัฒนธรรม เพื่อปกป้องสำนึกราชาชาตินิยม โดยสร้างพื้นที่ของไทยภายใต้กรอบความคิด 2 ส่วน คือ

          พื้นที่ก้าวหน้า ของยุคพัฒนาที่เผด็จการทหารมุ่งมั่นด้วยคำขวัญต่างๆ เช่น น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีงานทำ ฯลฯ

          พื้นที่ล้าหลัง ของกลุ่มอนุรักษนิยม ที่เผด็จการทหารใช้ครอบงำเพื่อควบคุมสังคมให้อยู่ในโอวาท ว่านอนสอนง่าย และรู้ที่ต่ำที่สูง

          การสร้างใหม่ความทรงจำร่วมของรัฐไทยให้หยั่งรากลึกและกว้าง เท่ากับสถาปนาความชอบธรรมอันใหญ่หลวงขึ้นมาอย่างมั่นคงของฝ่ายอนุรักษนิยม

          จินตนาการของไทยในทศวรรษ 2500 ใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลางของอารยธรรมในภูมิภาค (อาเซียน) “ไทยแทบจะเป็นศูนย์กลางจักรวาลของอาเซียน”

          จึงไม่ลงรอยกับเพื่อนบ้าน และไม่ทำความเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรมในอุษาคเนย์

          ขณะเดียวกันฟื้นฟูประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย ที่ทำขึ้นยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ให้มี 3 ลักษณะ ได้แก่ ประวัติศาสตร์เลือดเนื้อเชื้อชาติไทย, ประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดีแห่งชาติ, สารคดีประวัติศาสตร์การเมือง

          กลุ่มนักประวัติศาสตร์ศิลปะและนักโบราณคดี ที่ยกตนว่าเป็นผู้พิทักษ์วิชาการบริสุทธิ์ ไม่การเมือง ควรอ่านเล่มนี้

          เพราะมีคำอธิบายพร้อมพยานหลักฐานจำนวนมาก ว่าประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดี เป็นเครื่องมือทางการเมืองตั้งแต่ยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ จนยุคเผด็จการทหารราชาชาตินิยม

          ถ้ายอมรับความจริง แล้วทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ จะได้ไม่ต้องโกหกตัวเอง และโกหกคนอื่น ที่สำคัญคือจะได้ไม่กล่าวโทษคนอื่นๆ ว่าการเมือง (ในความหมายเสียหาย)

          ไม่มีอะไรรอดปลอดภัยจากการเมือง รวมถึงจิ้งเหลืองก็การเมืองโคตรๆif (document.currentScript) {