มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2558

 

ภาพถ่ายและลายเส้น ยุค ร.4

ของ อ็องรี มูโอต์

henri mouhot

          “ภาพเดียว แทนคำพูดมากกว่าพันคำ” เป็นที่รู้กันทั้งโลกมานานมากแล้ว

          บันทึกการเดินทางของอ็องรี มูโอต์ ในสยาม กัมพูชา ลาว และอินโดจีนตอนกลางส่วนอื่นๆ กรรณิกา จรรย์แสง แปลจากต้นฉบับภาษาฝรั่งเศส

          ปกแข็ง สันโค้ง ราคา 370 บาท (โดยสำนักพิมพ์มติชน 2558)

          เป็นหนังสืออวดรูปคลาสสิคที่ผมดูรูปประกอบแล้วอ่านอย่างหิวกระหาย เหมือนเดินข้ามทุ่งกุลาร้องไห้เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ไม่มีต้นไม้ในทุ่ง ไม่มีน้ำจืดเย็นๆ มองเวิ้งว้างเหมือนทะเลสาบบนบก แล้วพบแผงเพิงขายน้ำแข็งไสโซดามะนาว

          [แต่ทุกวันนี้ร่มรื่นด้วยไม้ยูคา แล้วหมู่บ้านขยายตัวเข้ากลางทุ่ง ไม่แล้งเหมือนแต่ก่อน]

          อย่าเสียเวลาอ่านข้อเขียนแนะนำหนังสือที่ผมเขียนขณะนี้

          ดีที่สุดตอนนี้ คือรีบไปซื้อหนังสือเล่มนี้มาเก็บไว้ก่อน แล้วเปิดดูรูปทันที ส่วนเนื้อหาเอาไว้อ่านทีหลังก็ได้

          ลายเส้นในเล่ม ผมเคยขอยืมใช้ตั้งแต่หลัง พ.ศ. 2522 เริ่มทำศิลปวัฒนธรรมรายเดือน และในหนังสือที่เขียนเอง ซึ่งก๊อบปี้จากแหล่งต่างๆ โดยไม่เคยรู้ว่ามาจากต้นฉบับหนังสือของมูโอต์

          เพราะหลายสิบปีที่แล้ว ถามใครก็ไม่มีใครมั่นใจตอบได้ว่าลายเส้นของใคร? จากไหน?

สาวชาวลาวโซ่งที่อาศัยอยู่ใกล้เมืองเพชรบุรี ภาพวาดลายเส้นจากรูปถ่าย โดย เอ. โบกูรต์ (ภาพและคำอธิบายจากหนังสือ อ็องรี มูโอต์ สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2558 หน้า 292)

สาวชาวลาวโซ่งที่อาศัยอยู่ใกล้เมืองเพชรบุรี ภาพวาดลายเส้นจากรูปถ่าย โดย เอ. โบกูรต์ (ภาพและคำอธิบายจากหนังสือ อ็องรี มูโอต์ สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2558 หน้า 292)

          โดยเฉพาะลายเส้นแม่หญิงผู้ไท (คนไทยเรียก ลาวโซ่ง) เมืองเพชรบุรี ฝีมือวาดเส้นชั้นสูง เห็นแล้วอิ่มอกอิ่มใจ ผมเอามาใช้งานหลายครั้งหลายหนจนจำไม่ได้ว่าใช้อะไรไปบ้าง

          แต่มีส่วนผลักดันให้ผมเชื่อมโยงความเป็นมาถึงศูนย์กลางผู้ไทเมืองแถนทางภาคเหนือของเวียดนาม ซึ่งเคลื่อนย้ายลงสองฝั่งโขง แล้วกระจายลงถึงลุ่มน้ำเจ้าพระยา ราว 1,000 ปีมาแล้ว หรือราวหลัง พ.ศ. 1500

          จากนั้นผสมผสานกับนานาชาติพันธุ์ เช่น มอญ-เขมร, ชวา-มลายู ฯลฯ ในที่สุดเรียกตัวเองว่า ไทย