Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 7 ตุลาคม 2558

 

แม่น้ำในอีสาน

ไม่มีผักตบชวา

          ในอีสาน แม่น้ำลำคลองสะอาดสะอ้าน (ต่างจากภาคกลาง) เพราะไม่มีผักตบชวา และสองฝั่งน้ำไม่มีแปลงผักบุ้ง, ผักกระเฉด

          “ตามธรรมชาติแล้วในอีสานไม่มีผักตบชวา” เป็นคำอธิบายของผู้รู้ในกรมทรัพยากรน้ำ แต่ที่สำคัญคือในอีสานไม่มีระบบชลประทานแบบภาคกลาง จึงไม่มีสวะแออัดยัดเยียดตามประตูน้ำ นับเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งที่ไม่กระตุ้นผักตบชวาเจริญในอีสาน

          เมื่อวันศุกร์ 25 กันยายน ผมนั่งรถตู้“ฮุนได ใช้ดี” ของมติชน ผ่านโคราชต้นน้ำมูล ไปยโสธรปลายน้ำชี แล้วฟังเขาเล่าเรื่องต่างๆ จึงจดมาแบ่งปันไว้ตามคำบอกเล่าเหล่านั้น ไม่ฉลาดรู้ด้วยตัวเอง

shee river7-10-58 1

          เส้นเลือดใหญ่ในอีสาน คือ แม่น้ำมูล, แม่น้ำชี ไหลลงแม่น้ำโขง (เขต จ. อุบลฯ) เรียกรวมๆว่า โขง, ชี, มูล

          เส้นเลือดฝอยในอีสาน คือ ลำน้ำสาขาน้อยใหญ่นับไม่ถ้วน ล้วนมีต้นน้ำจากตาน้ำธรรมชาติที่ไหลรวมกัน

          จิตร ภูมิศักดิ์ เคยอธิบายในหนังสือความเป็นมาของคำสยามฯ ว่าตาน้ำเป็นน้ำซำ, หรือซัม ต้นตอชื่อสยาม จะขอสรุปมาต่อไปนี้

          ตาน้ำ คือบริเวณรอยแยกที่มีน้ำจากใต้ดินไหลพุ่งขึ้นเหนือผิวดินไม่ขาดสาย เรียกน้ำพุ น้ำผุด หรือ น้ำซึม น้ำซับ น้ำซำ

          น้ำพุ น้ำผุด หรือน้ำซึม น้ำซับ เกิดจากน้ำฝนที่รากต้นไม้อุ้มไว้ ทั้งบนภูเขาและบนเนินหรือบนดอน แล้วค่อยๆซึมเซาะซอกซอนใต้ดินไปพุผุดขึ้นบริเวณดินอ่อน หรือดินโคลนซึ่งอยู่บริเวณที่ราบเชิงเขา หรือเชิงเนินดอน จนบางแห่งกลายเป็นบุ่งทามห้วยหนอง

          เช่น หนองหานหลวง (สกลนคร), หนองหานน้อย (อุดรธานี), บึงบอระเพ็ด (นครสวรรค์) ฯลฯ

          ซัม, ซำ เป็นต้นเค้าคำว่าสยาม หมายถึงบริเวณที่มีน้ำพุ น้ำผุด (บางท้องถิ่นเรียกน้ำซึม, น้ำซับ) โผล่ขึ้นจากแหล่งดินอ่อน หรือดินโคลน ทำให้มีการสร้างบ้านแปลงเมือง แล้วเติบโตเป็นรัฐ

          แต่คำอธิบายอย่างนี้ไม่เท่ ไม่ขลัง ไม่ศักดิ์สิทธิ์ นักวิชาการเลยชอบที่จะลากเข้าวัด แล้วจับบวชให้สยามมาจากคำบาลี-สันสกฤต