มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2558

 

ยาพิษแอบแฝง

ในการศึกษาไทย

           ยาพิษแอบแฝงการศึกษาไทย กัดกร่อนบ่อนเบียนนักเรียนนักศึกษาไทยอ่อนแอในสังคมโลก

           พ่อแม่และครูบาอาจารย์ ครอบงำความคิดเด็กนักเรียนให้ว่านอนสอนง่าย, เน้นท่องจำมากกว่าคิดวิเคราะห์, ต้องคิดเหมือนครูอาจารย์, ตอบอย่างที่สอน, เชื่ออย่างที่ผู้ใหญ่เชื่อ ฯลฯ

คนว่านอนสอนง่ายของการศึกษาไทย

คนว่านอนสอนง่ายของการศึกษาไทย

           นี่คือยาพิษกลุ่มหนึ่งที่ผมสรุปมาเอง จากที่ได้อ่านเรื่องการศึกษากับยาพิษแอบแฝง ของ วรากรณ์ สามโกเศศ (คอลัมน์สำรับโลก ในสกุลไทย ฉบับที่ 3180 ประจำวันอังคารที่ 29 กันยายน 2558 หน้า 21 และมีสรุปลงในประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันจันทร์ 28-วันพุธ 30 กันยายน 2558 หน้า 23)

           ตัวอย่างการครอบงำความคิด เป็นยาพิษทางการศึกษาไทย ผมขอยกมาแบ่งปันไว้ เช่น

           คนไทย อพยพมาจากเทือกเขาอัลไต, น่านเจ้า เป็นอาณาจักรของคนไทย, สุโขทัย เป็นราชธานีแห่งแรกของไทย, อยุธยา เริ่มมีเมื่อสุโขทัยล่มสลาย, ทวารวดี เป็นอาณาจักรมอญ มีราชธานีอยู่เพียงแห่งเดียวที่นครปฐม ฯลฯ

           ยาพิษขนานแรงมาก มีในมหาวิทยาลัย ได้แก่ ห้ามคิดต่างจากนี้ แล้วห้ามอ่านงานวิชาการของนักวิชาการที่มีความเห็นต่างจากครูอาจารย์ผู้สอนในห้องเรียน

           ผลคือผู้จบการศึกษาแล้ว ตามไม่ทันโลกที่หมุนไปข้างหน้า ปิดกั้นตัวเอง กลายเป็นคนขวางโลก เข้ากันไม่ได้กับสังคมที่แตกต่างจากพวกของตน

           ยาพิษไม่มีแค่ที่สรุปมา เพราะ อ. วรากรณ์ ยังรวบรวมหลายขนานมาอีก เช่น

           “การจงใจ ‘ล้างสมอง’ ด้วยลัทธิการเมือง ความเชื่อทางศาสนา อุดมการณ์ ตลอดจนการเป็นชาตินิยมอย่างบ้าคลั่ง คือยาพิษที่ทำให้ศิษย์มองโลกแคบ มีความเป็นตัวตนของตนเองน้อยลง ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือการบั่นทอนกระบวนการคิด”

           “การศึกษาที่ขาดคุณภาพทำให้ผู้เรียนเสียเวลาและโอกาส การเล่าเรียนยาวนาน แต่ให้สัมฤทธิ์ทางการศึกษาเท่ากับผู้ที่ใช้เวลาไม่กี่ปี หมายถึงการสูญเสียโดยเปล่าประโยชน์ทั้งทรัพยากรของภาครัฐและของผู้เรียน”

           บางสาขาวิชาในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เปิดการเรียนการสอนทุกระดับ ตรี-โท-เอก

           แต่อาจารย์ผู้สอนคนเดียวกัน (ที่ด้อยคุณภาพ) กลุ่มเดียวกัน (ด้อยคุณภาพเป็นส่วนมาก) และเนื้อหาเหมือนกันทั้ง ตรี-โท-เอก

           นักศึกษาไทยเลยอ่อนแอในสังคมโลก} else {