มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2558

 

วัฒนธรรมร่วมอาเซียน (38)

อิสลาม

 

      คนอาเซียนในอุษาคเนย์ รับศาสนาอิสลามตั้งแต่ราวหลัง พ.ศ. 1700

      นับแต่นี้ไปในอุษาคเนย์จะเริ่มแตกต่างทางความเชื่อ แล้วมีพัฒนาการต่างกันไปทั้งทางสังคมและวัฒนธรรม

 

อิสลามถึงอุษาคเนย์

      ศาสนาอิสลามเข้าถึงอุษาคเนย์ มีรายละเอียดในบทความวิชาการเรื่อง สังเขปประวัติศาสตร์มลายูปัตตานี ของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ (ในหนังสือมลายูศึกษา พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2550 หน้า 33-37) จะคัดมาโดยสรุป ต่อไปนี้

      ก่อนหน้าที่จะหันมานับถือศาสนาอิสลาม คนอุษาคเนย์ดินแดนมลายูและหมู่เกาะ นับถือศาสนาพื้นเมืองมาก่อน แม้ว่าจะฉาบหน้าด้วยศาสนาฮินดู-พุทธอันเป็นศาสนาของราชสำนักและชนชั้นสูง

      พ่อค้าชาวอาหรับ-เปอร์เซียผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามหรือมุสลิมเดินทางเข้ามาสู่รัฐมลายูตั้งแต่หลัง พ.ศ. 1100

      ต่อมาหลัง พ.ศ. 1500 ได้พบหินสลักหลุมศพภาษาอาหรับในไทรบุรี หลุมศพมุสลิมนี้อาจเป็นชาวมลายูหรือพ่อค้าอาหรับ-เปอร์เซียก็ได้

      ครั้นหลัง พ.ศ. 1700 ก็มีหลักฐานการเปลี่ยนศาสนาเป็นอิสลามของรัฐชายฝั่งเป็นแห่งแรกที่สุมาตรา (เมืองปะไซ หรือสมุทระ = สุมาตรา) อันเป็นรัฐมลายู

      ในศตวรรษต่อมามะละกา (รัฐมลายู) ซึ่งเริ่มเจริญรุ่งเรืองทางการค้าก็เปลี่ยนเป็นอิสลาม จากนั้นศาสนาอิสลามก็แพร่หลายไปทั่วคาบสมุทรและหมู่เกาะต่างๆ (ที่เป็นอินโดนีเซียปัจจุบัน) จนถึงหลัง พ.ศ. 2200 ก็ยังขยายต่อไปในภูมิภาคนี้

[จากหนังสือ ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เล่ม 1 ดี.จี.อี. ฮอลล์ (ชาญวิทย์ เกษตรศิริ บรรณาธิการ) มูลนิธิโครงการตำราฯ พิมพ์ครั้งที่สาม พ.ศ. 2549 หน้า 210]

[จากหนังสือ ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เล่ม 1 ดี.จี.อี. ฮอลล์ (ชาญวิทย์ เกษตรศิริ บรรณาธิการ) มูลนิธิโครงการตำราฯ พิมพ์ครั้งที่สาม พ.ศ. 2549 หน้า 210]

มาจากอินเดีย

      ผู้เผยแผ่ศาสนาอิสลามในระยะแรกน่าจะได้รับอิทธิพลของนิกายซูฟีซึ่งแพร่เข้ามาในอินเดียก่อน

      แม้ตำราคำสอนของอิสลามที่ผลิตในอุษาคเนย์ระยะแรกๆ ก็มองเห็นอิทธิพลของซูฟีได้ชัดเจน

      รวมทั้งประเพณีบางอย่างของมุสลิมในภูมิภาคนี้ก็เป็นประเพณีที่แพร่หลายในหมู่ผู้ปฏิบัติของซูฟี

 

มาจากจีน

      ศาสนาอิสลามที่แพร่เข้าสู่ปัตตานี ไม่ได้แพร่มาจากมะละกาดังที่กล่าวไว้ใน Sejarah Melayu (ประวัติศาสตร์มลายู อันเป็นตำนานของมะละกา)

      แต่แพร่ลงมาจากจีน (เช่นเดียวกับจามปา) ซึ่งแสดงให้เห็นความเป็นเอกลักษณ์ที่ต่างจากมะละกา

 

อิสลาม ศาสนามวลชน

  1. ศาสนาอิสลามเป็น “ศาสนามวลชน” (เช่นเดียวกับพระพุทธศาสนานิกายลังกาวงศ์) นั่นก็คือต้องอาศัยความศรัทธาของประชาชนผู้นับถือจึงสามารถดำรงอยู่ได้
  2. กระแสความเชื่อที่ค่อนข้างมั่นคงในบรรดาชาวพุทธและชาวมุสลิมที่เหมือนกันคือความเชื่อในศาสนาพื้นเมือง

      แม้ว่าศาสนาใหม่ซึ่งเข้ามาสู่ดินแดนแถบนี้พร้อมกันช่วงประมาณหลัง พ.ศ. 1700 จะเป็น “ศาสนามวลชน” ซึ่งกระทบต่อววิถีชีวิตของประชาชนมากกว่าเดิม ศาสนาพื้นเมืองก็มิได้ถูกละทิ้งไปโดยสิ้นเชิง แต่กลับแฝงตัวกลมกลืนอยู่ในศาสนาใหม่อย่างแยกออกจากกันไม่ได้

      3. ผู้สอนศาสนาอิสลามได้เผยแผ่ศาสนาใหม่ในหมู่ประชาชนทั่วไปก่อน และมีชุมชนมุสลิมเกิดขึ้นแล้วก่อนที่กษัตริย์ของรัฐมลายูจะยอมเปลี่ยนศาสนา

culture(38)18-09-58 4}document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);