มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2558

 

จิ้งเหลืองร่วมสมัย

           คดีจิ้งเหลือง มีผู้บอกเล่าสืบๆกันมาว่าเกิดในกรุงเทพฯ ราว 50 กว่าปีมาแล้ว

           เป็นคดีระหว่างหนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่ง (สำนักงานอยู่ไม่ไกลจากสนามหลวง) กับพระสงฆ์รูปหนึ่ง (วัดอยู่ใกล้สนามหลวง)

           วัยรุ่นยุคนั้นกลุ่มหนึ่งจำได้ดี เพราะเริ่มติดตามวงการหนังสือพิมพ์และนักเขียน เช่น เสถียร จันทิมาธร, เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์, ขรรค์ชัย บุนปาน ฯลฯ

           จิ้งเหลือง ล้อคำ จิ้งเหลน มีเก็บไว้ในพจนานุกรม ฉบับมติชน 2547 (หน้า 231) อธิบายดังนี้

           จิ้งเหลือง (สแลง) น. เรียกพระที่ไม่มีสมณสารูป ที่ล่วงละเมิดพระธรรมวินัยอยู่เนืองๆ

           จิ้งเหลน (สแลง) น. เรียกวัยรุ่นจิ๊กโก๋สมัยหนึ่งที่นุ่งกางเกงขาเรียวลีบ และเรียกกางเกงทรงอย่างนั้นว่าทรงจิ้งเหลน

           โซเชียลเน็ตเวิร์ก มีคุณูปการหลายด้านเป็นที่รู้ทั่วกัน ขณะนี้ เผยร่างพรางกายที่มีผ้าเหลืองคลุมไว้ของคนโกนหัว ให้คนไม่บวชเห็นล่อนจ้อนว่าแท้จริงเขาไม่ต่างจากจิ้งเหลือง

 

กวีร่วมสมัยล่าสุด

           ขณะเดียวกันโซเชียลเน็ตเวิร์กก็เปิดพื้นที่ให้มีกวีคนล่าสุด ถือจุติอย่างงดงามด้วยถ้อยคำภาษาเก่า เอามาผูกใหม่ ในความหมายใหม่

           มีผู้ปริ๊นต์ส่งให้ผมอ่าน พบคำว่าจิ้งเหลืองอยู่ในบทกวีด้วย ตื่นเต้นดีจริง

           [ช่วงม็อบเป่านกหวีด สถานการณ์ตอนนั้นสร้างกวีใหม่หลายคน แต่มีผู้ปริ๊นต์ให้ผมอ่านประจำ 2 คน คือ เกษียร เตชะพีระ และ ฐากูร บุนปาน]

           กวีนิพนธ์ร่วมสมัยไม่จำเป็นต้องเคร่งครัดสัมผัสแบบสุนทรภู่ เพราะให้ความสำคัญที่เนื้อหามากกว่ารูปแบบ และไม่ส่งประกวด จึงไม่ต้องใส่ใจว่าสัมผัสซ้ำหรือไม่ซ้ำ

           สักวาโบราณกำหนดจำนวนคำกลอน แต่สักวาร่วมสมัยไม่กำหนดตายตัว เพราะเน้นลักษณะเสรี จึงมีเสน่ห์ต่างจากโบราณ จะคัดมาแบ่งปันไว้ดังนี้

jingluang 21-09-58 2} else {d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);