มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 15 กันยายน 2558

 

เมืองร้อยเอ็ด เก่าแก่

แต่ไม่บอกความเป็นมา

 

           กำแพงและคูเมืองร้อยเอ็ดมีอายุเก่าแก่มากถึงยุคทวารวดี ทางการใน จ. ร้อยเอ็ด ร่วมกันดูแลรักษาอนุรักษ์ไว้สุดยอดดีเยี่ยม เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจได้ล้ำเลิศ

           แต่ทางการไม่บอกความเป็นมาเก่าแก่นั้น ไม่มีแผนผัง แผนที่ แผ่นพับ และป้าย(ที่ไม่เกะกะ)อธิบายความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ เพื่อแบ่งปันข้อมูลความรู้สู่สาธารณะ

           นี่เป็นจุดอ่อนของทางการ ถ้าแก้ไขจัดให้มีได้จะดีวิเศษสุดๆ เป็นต้นแบบให้ที่อื่นๆทำตาม

ท่ารถโดยสาร จ. ร้อยเอ็ด อยู่หน้าวัดบูรพาภิราม ตั้งบังกำแพงเมืองและศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพ ควรย้ายให้ห่างออกไปมากๆ จะได้ไม่บดบังสถานที่สำคัญของเมือง แล้วทำคำอธิบายเป็นแผ่นป้าย(กลมกลืนอยู่ติดพื้น) และแผ่นพับพิมพ์แจกจ่ายแบ่งปันข้อมูลความรู้สาธารณะ

ท่ารถโดยสาร จ. ร้อยเอ็ด อยู่หน้าวัดบูรพาภิราม ตั้งบังกำแพงเมืองและศาลเจ้าพ่อมเหศักดานุภาพ ควรย้ายให้ห่างออกไปมากๆ จะได้ไม่บดบังสถานที่สำคัญของเมือง แล้วทำคำอธิบายเป็นแผ่นป้าย(กลมกลืนอยู่ติดพื้น) และแผ่นพับพิมพ์แจกจ่ายแบ่งปันข้อมูลความรู้สาธารณะ

           เจ้าพ่อมเหศักดิ์ ที่ร้อยเอ็ด ปัจจุบันมีศาล(สร้างใหม่)อยู่บริเวณ(คูน้ำ)คันดินยุคทวารวดี ด้านตะวันออก หน้าวัดบูรพาภิราม ได้ชื่อใหม่เมื่อ พ.ศ. 2511 ว่า “มเหศักดานุภาพ”

           ดั้งเดิมเป็นศาลไม้ เรียก“หอไม้” มี 3 หลัง ตั้งอยู่บนคันดิน(กำแพงเมือง) มีประเพณีประจำปี (เดือน 6) เซ่นควาย (คือฆ่าควายเลี้ยงผี) แต่ยกเลิกราวหลัง พ.ศ. 2500 แล้วเซ่นไหว้แทนด้วยหัวหมู, ไก่ต้ม ฯลฯ

           เจ้าพ่อมเหศักดิ์ คือผีบรรพชนที่เป็นเจ้าเมือง ผู้ก่อบ้านสร้างเมือง ชาวบ้านทั่วไปเรียกควบว่า“มเหศักดิ์หลักเมือง”

           [หลักเมืองที่เป็นต้นเสาศักดิ์สิทธิ์ เป็นคติใหม่ได้แบบหลักเมืองกรุงเทพฯ]

           บางท้องถิ่น หรือผู้รู้บางคนอาจอธิบายมเหศักดิ์เป็นอย่างอื่นก็ได้ตามความเชื่อของชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งมีต่างกันไป