มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2558

 

เมืองร้อยเอ็ด เด็ดจริงๆ

คูน้ำคันดินที่เป็นคูเมืองกำแพงเมืองร้อยเอ็ดยุคทวารวดี ได้รับการดูแลรักษาและจัดภูมิทัศน์ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง (ในภาพนี้เป็นด้านตะวันออก) เห็นพระเจ้าใหญ่ วัดบูรพาภิราม ยืนตระหง่านประทานพร ผู้ดูแลรักษาความงามและความสะอาด

คูน้ำคันดินที่เป็นคูเมืองกำแพงเมืองร้อยเอ็ดยุคทวารวดี ได้รับการดูแลรักษาและจัดภูมิทัศน์ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง (ในภาพนี้เป็นด้านตะวันออก) เห็นพระเจ้าใหญ่ วัดบูรพาภิราม ยืนตระหง่านประทานพร ผู้ดูแลรักษาความงามและความสะอาด

          คาดไม่ถึงว่า “เมืองร้อยเอ็ด เด็ดจริงๆ” ดูแลรักษาคูน้ำคันดินยุคทวารวดีได้ยอดเยี่ยมที่สุดขณะนี้

          ผมตระเวนนั่งรถและลงเดินดูรอบเมืองร้อยเอ็ดอย่างอัศจรรย์ใจยิ่งนัก เมื่อตอนสายวันอาทิตย์ 6 กันยายน ที่ผ่านมา

          เอนก สีหามาตย์ คนร้อยเอ็ด (อดีตอธิบดีกรมศิลปากร) บอกทางโทรศัพท์(วันต่อมา)ว่ากรมศิลปากรร่วมกับเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด พัฒนาคูน้ำคันดินทั้งหมด

          เมืองร้อยเอ็ด (จ. ร้อยเอ็ด) บริเวณตัวเมืองเคยเป็นชุมชนดึกดำบรรพ์ของบรรพชนคนร้อยเอ็ด ราว 3,000 ปีมาแล้ว

          จากนั้นมีพัฒนาการเติบโตเป็นบ้านเมืองบนเส้นทางการค้าข้ามภูมิภาค ยุคทวารวดี ราวหลัง พ.ศ. 1000

          โดยขุดคูน้ำถมคันดินเป็นคูเมืองกำแพงเมืองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า (ด้านไม่เท่า) ขนาดประมาณ 1700 x 1800 เมตร

          คูน้ำคันดิน แสดงเขตศักดิ์สิทธิ์ของเมือง แล้วมีผลพลอยได้กักน้ำไว้ใช้ในเมือง

          เมืองโบราณในไทยที่มีคูน้ำคันดินล้อมรอบเป็นรูปลักษณะต่างๆ ส่วนมากถูกทำลายเพื่อใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นส่วนตัว แม้บางแห่งยังมีซากเหลืออยู่ แต่ถูกทอดทิ้งรกร้างรอวันถูกทำลายซ้ำอีกให้สิ้นซาก

          แต่ไม่ใช่ที่ร้อยเอ็ด

เมืองร้อยเอ็ด คูเมืองกำแพงเมืองด้านตะวันตก ส่วนหนึ่งอยู่ในรั้ววิทยาลัยนาฏศิลป์ร้อยเอ็ด สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม ที่ควรพัฒนาให้เหมือนบริเวณเทศบาลฯทำดีและงามไว้ แล้วมีป้ายบอกความเป็นมาอย่างง่ายๆ ให้สมกับที่อยู่ในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม

เมืองร้อยเอ็ด คูเมืองกำแพงเมืองด้านตะวันตก ส่วนหนึ่งอยู่ในรั้ววิทยาลัยนาฏศิลป์ร้อยเอ็ด สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม ที่ควรพัฒนาให้เหมือนบริเวณเทศบาลฯทำดีและงามไว้ แล้วมีป้ายบอกความเป็นมาอย่างง่ายๆ ให้สมกับที่อยู่ในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม

} else {