Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2558

 

วัฒนธรรมร่วมอาเซียน (33)

มหากาพย์

 

          มหากาพย์ 2 เรื่องจากอินเดีย คือ รามายณะกับมหาภารตะ แพร่หลายถึงอุษาคเนย์พร้อมการค้าและศาสนา

          บางรัฐรับทั้งรามายณะและมหาภารตะ เช่น รัฐในอินโดนีเซีย, รัฐในกัมพูชา

          แต่รัฐในไทยเลือกเฉพาะรามายณะ โดยรับผ่านรัฐกัมพูชา แล้วเรียกรามเกียรติ์

 

อินเดียใต้ถึงอุษาคเนย์

          พ่อค้าอินเดียถึงไหน รามายณะกับมหาภารตะก็ถึงที่นั่น

          อาเซียนโบราณรับมหากาพย์ 2 เรื่อง จากพ่อค้าและนักบวชจากอินเดียภาคใต้ (ไทยเรียก ทมิฬ) โดยแพร่หลายไปกับการค้าทางทะเลเลียบชายฝั่ง และข้ามอ่าวเบงกอล มหาสมุทรอินเดีย

          รามายณะที่เรียกรามเกียรติ์ในไทยและเพื่อนบ้าน จึงเป็นฉบับอินเดียใต้ ไม่ใช่ฉบับวาลมิกิโดยตรง

 

รามเกียรติ์

          รามายณะเป็นการละเล่นในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาพราหมณ์ แรกมีเก่าสุด (เท่าที่พบหลักฐานขณะนี้) ในราชสำนักรัฐกัมพูชา ที่โตนเลสาบ (ทะเลสาบ) เมืองเสียมเรียบ เรียก ละโคนพระกรุณา

          ต่อจากนั้น ราชสำนักกัมพูชาส่งแบบแผนการละเล่นรามายณะ ให้ราชสำนักขอม อโยธยา-ละโว้ (ยุคก่อนกรุงศรีอยุธยา) ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง

          ราชสำนักไทยกรุงศรีอยุธยาสืบจากราชสำนักขอม อโยธยา-ละโว้ ก็สืบทอดการละเล่นรามายณะแบบขอมไว้ด้วย แต่ปรับเปลี่ยนเรียกรามายณะด้วยคำใหม่ว่ารามเกียรติ์ แล้วเรียกการละเล่นอย่างนี้ตามคำเขมรว่าละโขนละคอน ปัจจุบันคือ โขน, ละคร

culture(33)14-08-58 2

เล่นหนังก่อนโขน

          มีผู้รู้ประวัติศาสตร์ศิลป์อุษาคเนย์ อธิบายว่ารามายณะเล่นเป็นหนังก่อนอย่างอื่น [ชวาเรียกวาหยัง, เขมรเรียกแสฺบก (อ่านคล้าย สะ-แบก)]

          แล้วหนังเป็นต้นแบบให้สลักภาพบนเทวสถาน เช่น ปราสาทหิน

          พบภาพสลักเล่าเรื่องรามายณะเก่าสุดบนเทวาลัยปรัมบะนัม ในเกาะชวา สร้างหลัง พ.ศ. 1400

 

โขนจากขอมกัมพูชา

          ราชสำนักขอมกัมพูชา นับถือศาสนาพราหมณ์ มีการละเล่นแสฺบกธม (หนังใหญ่) เรื่องรามายณะ เป็นต้นแบบให้สลักภาพรามายณะบนปราสาทหิน ตั้งแต่ราวหลัง พ.ศ. 1500

          และสลักภาพกวนเกษียรสมุทรบนปราสาทนครวัด ราวหลัง พ.ศ. 1600 (ยังไม่มีกลุ่มชนเรียกตัวเองว่าคนไทย)

          เหล่านี้เป็นต้นแบบโขนสมัยหลัง

โขนปัจจุบันของกรมศิลปากร เล่นผสมละคร ตกทอดจากโขนและละครยุคอยุธยา [ภาพจากหนังสือลักษณะไทย ศิลปะการแสดง เล่ม 3 จัดพิมพ์โดย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2551]

โขนปัจจุบันของกรมศิลปากร เล่นผสมละคร ตกทอดจากโขนและละครยุคอยุธยา [ภาพจากหนังสือลักษณะไทย ศิลปะการแสดง เล่ม 3 จัดพิมพ์โดย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2551]

โขนอยุธยาจากขอม

          พิธีกวนเกษียรสมุทรของราชสำนักขอมกัมพูชา เป็นต้นแบบให้ราชสำนักไทยสยามอยุธยา ที่นับถือศาสนาผี-พราหมณ์-พุทธ มีการละเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์ ในพระราชพิธีอินทราภิเษก ซึ่งจะมีพัฒนาการเป็นโขนต่อไป

          (ดึกดำบรรพ์ มีผู้รู้ภาษาเขมรบอกว่าเพี้ยนจากคำเขมรว่า ตึ๊ก แปลว่า น้ำ และ ตะบัล แปลว่า กวน หรือตำ รวมความแล้วหมายถึง กวนน้ำ หรือกวนเกษียรสมุทร)

          ในราชสำนักกรุงศรีอยุธยา โขนเป็นเครื่องราชูปโภค หมายถึงพระเจ้าแผ่นดินพระองค์เดียวเท่านั้นที่จะทรงมีคณะโขนได้

          คนเล่นโขนต้องเป็นผู้ดีมีเชื้อสายอยู่ในราชสำนัก เช่น มหาดเล็ก, ตำรวจ, ฯลฯ

          โขนยุคแรกๆ เป็นการละเล่นกลางสนาม เล่นยกรบ มีแต่พากย์และเจรจา (ไม่มีร้อง) ในพิธีกรรมสำคัญที่สุดของราชอาณาจักร เช่น พระราชพิธีอินทราภิเษก ในรัชกาลหนึ่งอาจเล่นครั้งเดียวเท่านั้น และไม่เล่นเป็นมหรสพให้สามัญชนคนดูทั่วไปเหมือนปัจจุบัน

          ละครเรื่องรามเกียรติ์เล่นทั้งกลางแจ้งและในโรง มีทั้งพากย์, เจรจา, และร้อง

AD KORACH 2