มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2558

 

วัดเดียวในกรุงเทพฯ ที่มีปัญหา

          “หากเจ้าอาวาสไม่ปรับปรุงเสนาสนะภายในวัดที่ทรุดโทรม ต้องผิดพระวินัยถึงขั้นปรับอาบัติ” พระเถระผู้ใหญ่รูปหนึ่งบอกสื่อมวลชน แล้วย้ำว่า “ไม่มีเจ้าอาวาสวัดไหนในแผ่นดินทำวัดตนเองให้ไม่เจริญ

          ทั้งนี้เพื่อร่วมกันหาทางออกที่เหมาะสมกรณีวัดกัลยาณมิตร (ฝั่งธนบุรี) ทำลายโบราณสถาน แล้วสร้างอาคารใหม่ทับลงไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมศิลปากร

          แล้วอ้างว่าเพราะเจ้าอาวาสทุกวัดต้องการทำวัดวาอารามที่ดูแลให้เจริญ แต่ไม่อธิบายว่าอย่างไรเรียกเจริญ?

          ความเจริญในทัศนะของเจ้าอาวาส (บางรูป) อยู่ตรงข้ามกับแนวคิดสากลโลกที่กรมศิลปากรยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติมาตั้งแต่แรกเริ่มเกือบ 100 ปีแล้ว คือ ดูแลรักษาสภาพเดิมของโบราณสถานไว้มากที่สุด เปลี่ยนแปลงน้อยสุด หรือไม่เปลี่ยนเลย นอกจากเสริมความแข็งแรง

          ดังมีพยานทั่วกรุงเทพฯ ในวัดหลวงสำคัญๆ มีขนาดใหญ่โต ก็ปฏิบัติตามแนวนี้โดยไม่เคยมีปัญหา

          “วัดหลายแห่งในกรุงเทพฯ ที่ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน อย่างวัดประยุรวงศาวาส, วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม, วัดอรุณราชวราราม เป็นต้น”

          “ซึ่งเป็นวัดดังทั้งนั้น กลับไม่มีปัญหา เพราะไม่ว่าจะบูรณะหรือปลูกอาคารใหม่ จะแจ้งและทำตามคำแนะนำของกรมศิลปากรทั้งสิ้น”

          [จากรายงานเรื่อง “กรมศิลป์” ฝ่ากระแส……ดราม่า ปลุกผ้าเหลืองต้าน……รื้อ “วัดกัลยาณ์” คอลัมน์การศึกษา ในมติชนสุดสัปดาห์ 21-27 สิงหาคม 2558 หน้า 18]

          แล้วเหตุไฉนทั้งกรุงเทพฯ มีปัญหาอยู่วัดเดียวเท่านั้น? น่าจะมีอะไรไม่ปกติ ที่สาธุชน ผู้มีใจบุญกุศลและเป็นธรรม ต้องพิจารณาด้วยสติและเมตตา

          มีผู้ใหญ่หลายคนแนะนำว่าน่าจะนิมนต์เจ้าอาวาสพิจารณาตนเองด้วย

 

สงฆ์เหนือกฎหมาย?

temple28-08-58 2

          “ไม่อยากให้ใช้แค่หลักกฎหมาย แต่อยากให้ใช้หลักรัฐศาสตร์ด้วย ซึ่งเมื่อมีการสร้างสิ่งก่อสร้างมาทดแทนของเก่าที่เก่าทรุดโทรมแล้ว จะมีวิธีการไหนที่จะทำให้สิ่งที่สร้างมาแล้วทำให้ถูกต้องโดยไม่ต้องทุบทำลายบ้าง อยากให้หันมาแก้ไขและเยียวยาร่วมกัน” นายประกิจ ประชาศรัทธาชาติ ผู้ประสานงานองค์กรเครือข่ายชาวพุทธแห่งประเทศไทย (อพท.) กล่าว (มติชน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2558 หน้า 9)

          นี่เท่ากับสนับสนุนให้เจ้าอาวาสทุกวัดปฏิบัติผิดกฎหมาย(เหมือนวัดกัลยาณ์) แล้วทำเนียนให้ถือว่าไม่มีความผิด ซึ่งเท่ากับเหนือกฎหมาย

          แล้วจะมีกฎหมายไว้เอาผิดเฉพาะผู้ไม่เป็นสงฆ์เท่านั้นใช่ไหม?