มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2558

 

มั่งคั่งจากการค้า ไม่ใช่สงคราม

         “ทำไมคนโบราณต้องค้าขายทั้งๆ ถิ่นที่อยู่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว”

         ที่ยกมาเป็นคำถามของผู้เข้าร่วมงานเปิดตัวหนังสือโคราชของเรา เขียนใส่กระดาษส่งมาให้ตอบ

         เมื่อตอนสายๆ วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2558 ในห้องประชุมฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ซึ่งมีผู้คนหลายอาชีพ และนักศึกษาหลายสาขานั่งฟังอยู่จำนวนมาก

         ขณะนั้นผมทำตัวไม่ถูก เพราะต้องปรับตัวเองกะทันหัน จนตื่นเต้นมึนตื้อแล้วอธิบายไม่ได้ดังใจ

         คำถามนี้เขียนลายมือด้วยตัวอักษรเล็ก ไม่บรรจง วรรณยุกต์เกเรมาก ทำให้อ่านข้อความได้ลำบากอย่างยิ่ง และอ่านได้ไม่ครบ จึงไม่เข้าใจคำถาม ผมเลยไม่ได้ตอบอธิบาย

         เมื่อกลับถึงบ้านที่กรุงเทพฯ ก็หยิบคำถามเอามาอ่านทบทวนอีกที จึงจับความได้ดังยกมาข้างบน จึงจะอธิบายย่อๆ ดังนี้

Korat21-08-58 1

         คนชั้นสูงเท่านั้นมีอำนาจแลกเปลี่ยนค้าขายกับคนอื่นที่มาจากชุมชนอื่นทั้งใกล้และไกล

         ส่วนคนทั่วไปซึ่งอยู่ใต้อำนาจ (ของคนชั้นสูง) ไม่ได้รับอนุญาตให้ค้าขายแลกเปลี่ยน ทุกกรณี

         การค้าขายเริ่มจากแลกเปลี่ยนสิ่งของที่ต้องการ แต่ไม่มีในถิ่นของตัวเอง โดยเฉพาะของฟุ่มเฟือยซึ่งคนชั้นสูงต้องการ

         ถิ่นที่อยู่ของคนโบราณไม่ได้อุดมสมบูรณ์ทุกอย่างที่มนุษย์ต้องการ หรือมนุษย์ต้องการสิ่งนอกเหนือจากที่มีอุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว มีตัวอย่าง ดังนี้

         ทุ่งกุลาร้องไห้และบริเวณโคราช มีเกลือกว้างขวางมาก

         แต่บริเวณโตนเลสาบ (ทะเลสาบ) ในกัมพูชาไม่มีเกลือมากพอจะถนอมอาหาร (ทำปลาแดก, ปลาฮ็อก, ปลาร้า) เขมรจึงต้องการเกลือจากทุ่งกุลาและโคราช โดยแลกเปลี่ยนสิ่งของบางอย่าง (ซึ่งไม่รู้อะไร)

         การค้าอย่างนี้เองทำให้ผู้มีอำนาจควบคุมทรัพยากร มีความมั่งคั่งก่อบ้านสร้างเมืองพิมายขึ้นบริเวณต้นน้ำมูล ขอบทุ่งกุลา

         นครราชสีมา เติบโตแข็งแรงเพราะตั้งอยู่บนเส้นทางการค้า ระหว่างลุ่มน้ำโขง กับอ่าวไทย ลุ่มน้ำเจ้าพระยา จึงควบคุมการค้าสร้างความมั่งคั่ง ดังมีขนาดเมืองเป็นพยาน

         อินเดียกับจีน ต้องการแลกเปลี่ยนซื้อขายสิ่งของต่างๆ ซึ่งกันและกัน เช่น ของฟุ่มเฟือย

         แต่ใช้เรือทะเลแล่นรวดเดียวโดยอ้อมช่องแคบมะละกาติดต่อกันยังไม่ได้ เพราะเทคโนโลยีล้าหลัง ต้องแล่นเลียบชายฝั่งมาขนสิ่งของสินค้าข้ามคาบสมุทรที่สุวรรณภูมิ(บริเวณที่เป็นประเทศไทย) ซึ่งคั่นระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก

         ทำให้บริเวณสุวรรณภูมิเป็นชุมทางที่สองอารยธรรมมาพบกัน คืออินเดียกับจีน แล้วสังสรรค์แลกเปลี่ยนค้าขายกัน

         สุวรรณภูมิไม่มีสิ่งของสำคัญจะค้าขาย แต่มีแผ่นดินเป็นคาบสมุทรยื่นยาวระหว่างสองมหาสมุทรที่เชื่อมโยงให้เกิดการค้าขายบนเส้นทางการค้าโลก

         ผลคือเกิดการประสมประสานทั้งชาติพันธุ์และวัฒนธรรมบริเวณสุวรรณภูมิ

         ดังนั้น วัฒนธรรมไทยจึงเป็นวัฒนธรรมประสมประสานไม่ต่างจากเมืองอื่นๆทั่วไปในสุวรรณภูมิและอุษาคเนย์

         ประวัติศาสตร์โบราณคดีไทยเน้นสงคราม โดยไม่ให้ความสำคัญเรื่องการค้า ทั้งๆในความเป็นจริง อยุธยามีทุนสะสมไว้สร้างศิลปะสถาปัตยกรรมยิ่งใหญ่ได้ ก็เพราะมีทรัพย์มั่งคั่งจากการค้าทางทะเล ไม่ใช่จากสงคราม

         สงครามกับเพื่อนบ้านโดยรอบในทุกยุคทุกสมัย ล้วนมีเหตุจากการช่วงชิงทรัพยากรเพื่อค้าขายและควบคุมเส้นทางการค้า แต่มักถูกสร้างใหม่เป็นนิยายวีรบุรุษ} else {