มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2558

 

คนโคราช เป็นไทยหรือลาว?

          “คนโคราชเป็นคนไทยหรือคนลาว”

          ที่ยกมานี้เป็นคำถามของผู้เข้าร่วมงานเปิดตัวหนังสือโคราชของเรา เขียนใส่กระดาษส่งให้ตอบ

          คราวที่ผมขึ้นไปบนเวที เล่าเรื่องโคราชอย่างย่นๆ ย่อๆ (ผมเก็บกระดาษคำถามไว้ด้วย ตั้งใจจะเลือกบางคำถามมาเขียนตอบ) เมื่อตอนสายๆ วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2558 ในห้องประชุมฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ซึ่งมีผู้คนหลายอาชีพ และนักศึกษาหลายสาขานั่งฟังอยู่จำนวนมาก

Korat20-08-58 1

          ขณะนั้นผมทำตัวไม่ถูก เพราะต้องปรับตัวเองกะทันหัน จนตื่นตระหนกตกประหม่ามึนตื้อแล้วอธิบายไม่สะดวกตามต้องการ เพราะไม่คุ้นบรรยากาศห้องประชุมทึบๆ ทึมๆ มีคนนั่งแน่นเอียด แล้วยังมีผู้ใหญ่ทั้งพลเรือนและทหารนั่งแถวหน้ายาวเหยียด

          จึงขอยกมาบอกกล่าวเล่าขานอีกครั้งตรงนี้ บางทีจะมีประโยชน์บ้าง แต่ถ้าเห็นว่าไม่มีก็ทิ้งไปได้เลย โน พรอบเบล็ม

          บรรพชนโคราชเรียกตัวเองว่าไทย แต่เป็นลาวปนเขมร หรือเขมรปนลาว (แล้วมีผสมเจ๊กอีกก็ได้) จำแนกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ปนเปอยู่ด้วยกัน ดังนี้

          1. คนพื้นเมืองดั้งเดิมที่ราบสูง พูดมอญ-เขมร มีร่องรอยหลักฐานสืบเนื่องจนปัจจุบัน คือ ชาวบน (บริเวณ จ. ชัยภูมิ และ จ. นครราชสีมา) ฯลฯ

          2. คนโยกย้ายเข้ามาทีหลัง จากที่ราบลุ่มน้ำเจ้าพระยา พูดไทย-ลาว ฯลฯ เรียกตัวเองว่าไทย แต่มีบรรพชนสายแหรกสำคัญเป็นลาว (จากหลวงพระบาง ลุ่มน้ำโขง) ปนเขมร (ขอม) อโยธยา-ละโว้

          (ผมเคยเขียนอธิบายละเอียดพร้อมหลักฐานไว้ในหนังสือสุพรรณบุรี มาจากไหน? พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2557)

          ทั้ง 2 กลุ่มใหญ่ มีบรรพชนกินข้าวเหนียวเป็นอาหารหลักหลายพันปีมาแล้ว เหมือนคนดั้งเดิมทุกกลุ่มในสุวรรณภูมิ

          หลังรับศาสนาจากอินเดียราว พ.ศ. 1000 กลุ่มคนชั้นสูงของบ้านเมืองใกล้ทะเลทยอยเปลี่ยนกินข้าวเจ้า (พันธุ์จากอินเดีย) ที่มากับพ่อค้าและนักบวช นานเข้าก็แพร่หลายถึงชาวบ้านทั่วไป ดังพบในภาคกลาง ลุ่มน้ำเจ้าพระยา

 

โครงกระดูกบรรพชนโคราช

          “โครงกระดูกที่อยู่ตามหลุมฝังศพ เช่น บ้านธารปราสาท, บ้านโนนวัด ฯลฯ    อ. โนนสูง จ. นครราชสีมา เป็นคนไทยหรือเปล่า?” เป็นคำถามต่อเนื่องกันตามมาอีก

          ขอสรุปสั้นที่สุดว่าโครงกระดูกเหล่านี้ล้วนเป็นบรรพชนโคราช มีอายุราว 3,000 ปีมาแล้ว (หรืออาจมากกว่านั้นก็ได้ เป็นยุคเดียวกับวัฒนธรรมบ้านเชียง จ. อุดรธานี)

          ยุคนั้นยังไม่มีชาติ, ประเทศ จึงไม่รู้ว่าคนกลุ่มนั้นเรียกตัวเองว่าอะไร?

          หลักฐานโบราณคดียืนยันว่าคนพวกนั้น (3,000 ปีมาแล้ว) มีชีวิตอยู่สืบเนื่องออกลูกหลานเหลนโหลนมาจนถึงยุคอยุธยา ที่มีแล้วเมืองนครราชสีมา และเรียกตัวเองว่าไทยบ้าง เขมรบ้าง มอญบ้าง ฯลฯ ล้วนเป็นบรรพชนโคราชทุกวันนี้

          ความเป็นมาของดินแดนและผู้คนของโคราชและไทย เกี่ยวข้องอย่างแยกไม่ได้จากสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์

          ซึ่งต่างจากประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย แยกไปโดดๆพวกเดียว โดยไม่ยอมเกี่ยวดองเป็นเครือญาติกับใครทั้งนั้น

          เลยดูแปลกๆ ประหลาดๆ เหมือนลูกกำพร้าแสวงหาความสำคัญให้ตัวเอง