มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2558

 

ทำ ทำไม? ถนนฟุ่มเฟือยเลียบแม่น้ำ

         “ทันสมัย แต่ไม่มีหัวนอนปลายตีน” เป็นข้อความของคนจำนวนไม่น้อย ที่โดนน้ำท่วมปาก อยากตะโกนกู่ร้องให้ก้องโลก

         ว่าคนชั้นนำมีอำนาจของไทย มักทันสมัยด้วยรูปแบบภายนอก เลียนแบบความทันสมัยในโลกอย่างใกล้ชิดชนิดหายใจรดต้นคอ

         แต่เสมือนไม่มีหัวนอนปลายตีน เพราะทำลายประวัติศาสตร์ของตัวเองจนไม่เหลือความเป็นมาของรากเหง้าเผ่าพันธุ์

 

เมืองแม่น้ำลำคลอง

         กรุงเทพฯ เป็นเมืองน้ำ [หมายถึงเมืองตั้งอยู่สองฝั่งแม่น้ำลำคลอง] รับมรดกจากกรุงธนบุรี และกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเกี่ยวกับการตั้งหลักแหล่งแห่งหนของบรรพชน มีลักษณะแหว่งๆ เว้าๆ อยู่สองฝั่งแม่น้ำลำคลอง

         จู่ๆจะรีดภาษีอากรจากมวลมหาประชาชนก้อนมหึมา 14,000 ล้านบาท ไปสร้างถนนรนแคมเพื่อคนกลุ่มหยิบมือเดียว เลียบสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทางรวม 14 กิโลเมตร [มีผู้คำนวณเฉลี่ย 1 ล้านบาทต่อ 1 เมตร]

         โดยไม่วิตกทุกข์ร้อนต่อการทำลายล้างลงสิ้นซากรากเหง้าวิถีชีวิตเมืองแม่น้ำลำคลอง เท่ากับทุนทางวัฒนธรรมที่สั่งสมมานานนับพันๆปีต้องสูญหายไปฉับพลันนิรันดร

 

ทำเรื่องฟุ่มเฟือย ทำไม?

         “ทำ ทำไม” นายดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิก ตั้งคำถามต่อรัฐบาล

         แล้วแนะนำว่างบฯทั้งหมด 14,000 ล้านบาท เอาไปแก้ปัญหาอย่างอื่นดีกว่า เช่น ปัญหาน้ำท่วมเรื้อรัง ยังไม่ได้แก้

         “เอาเรื่องที่มันจำเป็นพื้นฐานให้เรียบร้อยก่อน ทำให้ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานให้ดีก่อน แล้วค่อยมาทำเรื่องฟุ่มเฟือยแบบนี้”

         [สกู๊ปพิเศษ โดย ศักรินทร์ เข็มทอง ใน กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2558 หน้า 02]

 

น้ำเน่าเสียทั่วกรุงเทพฯ

         กรุงเทพฯและปริมณฑล นอกจากน้ำท่วมเรื้อรัง แล้วยังมีคลองเน่าเหม็นเป็นส่วนมากหรือทั้งหมด [รวมทั้งคลองข้างทำเนียบ(ของผู้ใหญ่)เล่นขายของ] เพราะระบบขับถ่ายของเสียขี้เยี่ยวพร้อมน้ำเน่าเสียถูกต่อท่อลงคลอง

         เอาเงินจำนวนนั้น (แล้วแถมเพิ่มให้อีกก็ได้) ลงทุนแก้ไขให้คลองสะอาด (ไม่ต้องถึงขนาดคลองสวย น้ำใส)

         ไทยจะได้แหล่งท่องเที่ยวสุดคลาสสิค ที่สร้างรายได้มหาศาลจากการเที่ยวล่องท่องเล่นแม่น้ำลำคลอง

         นอกจากได้คืนทุนที่ลงไป แล้วยังให้ลูกหลานเหลนโหลนขายกินกำไรตลอดปีตลอดชาติจนหลายๆชาติ} else {